ความจริงมิใช่เพียงเจ้าหญิงอวี้ฉีที่พรั่นพรึง แม้แต่ท่านผู้เฒ่าหลินที่เฝ้ามองอยู่เบื้องบนก็เริ่มนั่งไม่ติดที่เช่นกัน
แม้ท่านจะมิอาจกล่าวได้ว่ารู้จักนิสัยใจคอของศิษย์ผู้นี้ได้ครบสิบส่วน แต่ก็พอจะมองออกอยู่หลายส่วน ศิษย์ของท่านผู้นี้ ยามปกติอาจดูสุภาพอ่อนน้อมและสำรวมตน ทว่าเนื้อแท้ภายในกลับมิใช่คนที่มีนิสัยอ่อนโยนยอมคนหากถูกล้ำเส้น
หากเมิ่งฝานถูกจุดเพลิงแค้นจนถึงขีดสุด เขาอาจจะสังหารเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ได้จริง ๆ
เมื่อเล็งเห็นดังนั้น ท่านผู้เฒ่าหลินจึงมิอาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ร่างของท่านพลันเลือนหายจากชั้นสอง ก่อนจะปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเมิ่งฝานในชั่วพริบตา
“ลูกศิษย์เอ๋ย… เก็บกระบี่ของเจ้าลงเถิด เจ้าหญิงอวี้ฉีผู้นี้มิได้มีเจตนาจะปองร้ายเจ้า ในเมื่อเจ้าได้กำจัดต้นเหตุของเรื่องที่ด้านนอกหอไปแล้ว เรื่องราวในวันนี้ก็ควรจะยุติลงเพียงเท่านี้”
ด้วยตบะบารมีของท่านผู้เฒ่าหลิน ท่านย่อมสามารถปัดเป่ากระบี่หงชี่ของเมิ่งฝานให้กระเด็นไปได้โดยมิต้องออกแรง ทว่าท่านกลับเลือกที่จะใช้คำพูดเจรจาอย่างนุ่มนวลเพื่อชักจูงใจแทน
เพราะเมื่อเทียบกับเจ้าหญิงคนนอกแล้ว ท่านย่อมใส่ใจและถนอมน้ำใจศิษย์รักของตนเองมากกว่าสิ่งใด