ทว่าเมื่อก้าวล่วงเข้าสู่เขตพงไพร หลิวเยียนผิงกลับหันมามองเมิ่งฝานด้วยความฉงน
“ศิษย์พี่เมิ่ง ข้ามิรู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่รู้สึกว่าศิษย์ซู่ซันหลายคนดูจะวางท่าเป็นปฏิปักษ์กับท่านอย่างประหลาดนะ”
เมิ่งฝานได้แต่กลอกตาขึ้นมองท้องฟ้าพลางถอนหายใจ จะไม่ให้พวกมันเขม่นได้อย่างไรเล่า!
ในเมื่อมียอดสาวงามถึงสองนางเดินขนาบข้างไม่ห่างกาย ซ้ำยังแสดงท่าทีสนิทสนมประหนึ่งมดที่เกาะติดน้ำตล ผสานกับใบหน้าที่หล่อเหลาปานเทพบุตรของเขาเอง
หากมิถูกอิจฉาจนตาร้อนผ่าว ก็คงมิใช่ปุถุชนทั่วไปแล้ว!
“พวกเขาก็คงแค่ริษยาที่ข้าหน้าตาดีเกินไปกระมัง” เมิ่งฝานตอบปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ
ความริษยาเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้มิใช่เรื่องใหญ่โตสำหรับเขา มันเป็นเพียงสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ ต่อให้คนเหล่านั้นจะมองเขาด้วยสายตาที่มิเป็นมิตรเพียงใด แต่คงมิมีผู้ใดโง่พอจะก้าวออกมาท้าทาย หรือลงมือทำอันตรายเขาจริง ๆ ในเวลาเช่นนี้
“พี่เมิ่งฝาน พวกเราควรจะเร่งฝีเท้าขึ้นอีกสักหน่อยไหมเจ้าคะ? หากช้ากว่านี้ ข้าเกรงว่าเหล่าอสูรจะถูกคนอื่นแย่งชิงสังหารจนหมดเสียก่อน!”
หลี่เสวี่ยโหรวเห็นพี่ชายเดินนวยนาดราวกับมาเดินเล่นในอุทยาน จึงอดรนทนมิไหวต้องเอ่ยปากเตือน