บทที่ 68 ข้าก็นับเป็นรุ่นเดียวกับเจ้า การสังหารต้องทำลายที่จิตใจ
ยามนี้เหล่าจอมยุทธ์จากสำนักอู๋จี๋และคุนหลุนต่างยังสงวนตัวมิก้าวขึ้นสู่เวที เพราะตามกำหนดการเดิม หลังจากจบศึกที่นี่แล้ว เจียงผั่วเยว่ยังมีภารกิจต้องเดินทางไปประลองที่สำนักอู๋จี๋และคุนหลุนเป็นลำดับถัดไป ดังนั้น เวทีในวันนี้จึงถูกจัดขึ้นเพื่อลับคมกระบี่กับสำนักซู่ซันโดยเฉพาะ
“ศิษย์สำนักซู่ซันไม่ว่าจะเป็นสายในหรือแกนหลัก ต่างก็ปราชัยไปจนเกือบสิ้นแล้ว… ดูท่าหลังจากนี้คงถึงคราวที่เหล่า ‘ผู้อาวุโสระดับสูง’ ต้องออกโรงเองเสียที” หลิวเยียนผิงกระซิบกับเมิ่งฝานแผ่วเบา
เมิ่งฝานพยักหน้าเห็นพ้อง ทว่าเขากลับเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เหล่าอาวุโสคงไม่กล้าบุ่มบ่ามก้าวออกมาง่าย ๆ หรอกขอรับ เพราะหากพลาดพลั้งพ่ายแพ้ขึ้นมา มันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่นับเป็นความอัปยศอดสูของสำนักที่ยากจะล้างมลทินได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะมั่นใจในชัยชนะอย่างเด็ดขาดเท่านั้น”
“มันจะรุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจียงผั่วเยว่ผู้นี้ต่อให้ร้ายกาจปานใด เขาก็ยังอยู่ในฐานะศิษย์แกนหลักของคุนหลุนเท่านั้น อาวุโสของซู่ซันเราคงมิถึงกับไร้ฝีมือจนสู้เด็กคนเดียวมิได้หรอกมั้ง?”