บทที่ 39 ขีดจำกัดของเจ้ายังมามิถึง
การดึงดันจักออกไปเผชิญโลกกว้างเพื่อ ‘ฝึกปรือจิตใจ’ ในสายตาของเมิ่งฝานนั้น กลับมองว่าเป็นเรื่องที่หาความลำบากใส่ตัวโดยมิจำเป็น
จริงอยู่ที่ว่า เมื่อตบะแก่กล้าจนถึงขีดสุด การออกไปท่องยุทธจักรเพื่อขัดเกลาฝีมือย่อมเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ทว่าสำหรับเมิ่งฝานในยามนี้ เขารู้สึกว่าการเร้นกายฝึกตนอย่างเงียบเชียบภายในสำนักกระบี่ซู่ซันนั้นประเสริฐกว่าเป็นไหน ๆ และมิอยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับการตระเวนภายนอกแม้แต่น้อย
ทว่าทัศนคติของหลิวเยียนผิงกลับสวนทางกับเมิ่งฝานโดยสิ้นเชิง!
ดรุณีน้อยผู้นี้เติบโตมาภายใต้ร่มเงาของสำนักกระบี่ซู่ซันตั้งแต่วัยเยาว์ สำหรับนางที่นี่เปรียบเสมือนกรงทองที่กักขังนางไว้ชั่วชีวิต นางแทบมิเคยได้ย่างกรายออกไปเห็นโลกภายนอกเลยแม้แต่ครึ่งก้าว
บัดนี้เมื่ออายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ และมีโอกาสอันหาได้ยากยิ่งที่จะได้ออกไปฝึกฝนยังโลกภายนอก นางจึงวาดหวังถึงอิสระนั้นอย่างสุดหัวใจ ยิ่งเมื่อล่วงรู้ว่าคนในครอบครัวจงใจปิดบังและลวงหลอกนางเพื่อมิให้ออกไปเผชิญโลก ยิ่งสุมไฟแห่งความอึดอัดคับข้องใจให้นางเป็นทวีคูณ
โดยธรรมชาติของมนุษย์ย่อมมีความขบถแฝงเร้น ยิ่งเป็น ‘คุณหนูผู้สูงศักด