ตามหลักเหตุและผล เดิมทีเมิ่งฝานเป็นเพียงศิษย์รับใช้ธรรมดา และนับตั้งแต่ย่างกรายเข้าสู่หอศาสตรา ก็มิเคยมีผู้ใดมาชี้แนะสั่งสอนเขาเลยแม้แต่คนเดียว
แม้แต่ท่านผู้เฒ่าหลินที่เล็งเห็นความสำคัญในตัวเขา ก็ยังมิได้เริ่มถ่ายทอดวิชาให้อย่างเป็นทางการ
แล้วเหตุใดเมิ่งฝานถึงล่วงรู้ความลับอันลึกล้ำเช่นนี้ได้
เมิ่งฝานถอนหายใจยาวพลางกล่าวด้วยท่าทีจนใจ “เจ้าคิดว่าเหตุใดข้าถึงดึงดันอยากจะไปศึกษาศิลาจารึกเทพกระบี่นักหนาเล่า ข้อมูลล้ำค่าเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าซึมซับมาจากศิลาจารึกเทพกระบี่ก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น”
หงชี่พลันตกอยู่ในความเงียบงันทันที นี่แหละคือความแตกต่างอันยิ่งใหญ่ระหว่างคนกับคน
แม้ในยามนี้ตัวนางจะมิใช่มนุษย์แล้ว ทว่ากลับยังรู้สึกหดหู่ใจเมื่อต้องเปรียบเทียบกับเมิ่งฝาน
เจ้าเด็กนี่… มันคืออสูรกายในร่างคนโดยแท้!
ทั่วทั้งสำนักกระบี่ซู่ซันเห็นจะมีเพียงเมิ่งฝานผู้เดียวเท่านั้น ที่สามารถหยั่งรู้และสัมผัสถึงความลี้ลับจากศิลาจารึกเทพกระบี่ได้มากมายถึงเพียงนี้
หากจะกล่าวตามสัตย์ ศิลาจารึกเทพกระบี่นี้ประหนึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเมิ่งฝานโดยเฉพาะก็มิปาน