บทที่ 29 วิถีแห่งกระบี่ ‘มูลเดิม’
เดิมทีหลิวเยียนผิงเคยลั่นวาจาไว้ว่า ตลอดชีวิตนี้จะไม่ขอกลับมาเหยียบวิหารเทพกระบี่อันเป็นสถานที่ตอกย้ำความเจ็บปวดแห่งนี้อีก
ทว่าใครจะคาดคิด นางกลับได้พบกับ ‘ขุมทรัพย์’ ล้ำค่าที่ชื่อว่าเมิ่งฝานเข้าเสียก่อน
การจะหยั่งรู้ความนัยจากศิลาเทพกระบี่นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือปฏิภาณ หาใช่ระดับของรากปราณไม่ ต่อให้เมิ่งฝานจะมีรากปราณระดับขยะ แต่ปฏิภาณของเขากลับเป็นสิ่งที่สูงส่งที่สุดเท่าที่หลิวเยียนผิงเคยพบพานมาในชั่วชีวิต
ผู้ที่มีปฏิภาณเหนือโลกเช่นนี้ ย่อมต้องกระชากความลับจากศิลาจารึกออกมาได้แน่นอน!
หากเมิ่งฝานสามารถถ่ายทอดความรู้แจ้งเหล่านั้นมาสู่ตนได้ หินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนที่เสียไปย่อมมิใช่การสูญเปล่า… แต่มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม!
ทว่าหากผลลัพธ์มิเป็นไปตามคาด นางก็พร้อมจะตัดใจและยุติการสนับสนุนชายหนุ่มผู้นี้ทันที
ก่อนที่เมิ่งฝานจะก้าวเข้าสู่เขตอาคม หลิวเยียนผิงกำชับเสียงหนักอีกครั้ง “พยายามเข้า เจ้าต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อคว้าความรู้แจ้งมาให้ได้ หากเจ้าล้มเหลวหรือผลลัพธ์นั้นจ้อยร่อยมิเป็นที่พอใจของข้า… ก็จงอย่าหวังว่าจะได้หินวิญญาณจากข้าอีกแม้แต่ก้อนเดียว!”