“ศาสตราที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหอศาสตรา ส่วนใหญ่ล้วนผ่านสมรภูมิเข่นฆ่ามานับไม่ถ้วน ดื่มกินโลหิตผู้คนมามากมาย เมื่อเจ้าของเดิมดับสูญ ดวงวิญญาณของพวกมันถูกจองจำไว้ที่นี่ แล้วมีหรือที่มันจะยอมสงบนิ่งอยู่ได้?”
“ยามที่ไออาฆาตปะทุพุ่งพล่าน ผู้ที่ต้องแบกรับเคราะห์กรรมเป็นอันดับแรกก็คือพวกเรา… เหล่าศิษย์เฝ้ากระบี่”
“นี่คือเหตุผลที่ข้าถามเจ้าไปก่อนหน้า ว่าเจ้าไปล่วงเกินผู้ใดเข้าหรือไม่ ถึงได้ถูกส่งมายังสถานที่แห่งนี้”
ศิษย์พี่หลัวทอดถอนใจยาวอย่างอ่อนแรง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยฉายแววอับจนหนทาง
“ศิษย์เฝ้ากระบี่… ช่างเป็นหนทางที่ทุกข์ตรมเหลือเกิน!”
เขายื่นมือออกมาตบบ่าเมิ่งฝานเบา ๆ ราวกับจะปลอบประโลม ทว่าในสัมผัสนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกของคนที่มีชะตากรรมเดียวกัน
“ขอบพระคุณศิษย์พี่หลัวที่ช่วยชี้แนะและพร่ำสอนเรื่องเหล่านี้” เมิ่งฝานประสานมือกล่าวขอบคุณจากใจจริง
น่าเสียดายที่หากเป็นผู้อื่นเมื่อล่วงรู้ความลับอันน่าหวาดหวั่นนี้ คงเตลิดหนีไปสุดชีวิต ทว่าในสถานการณ์ที่เขาถูก ‘หวางจื๋อซื่อ’ ล่อหลอกให้ก้าวเท้าเข้าสู่กับดักเช่นนี้ ต่อให้ปรารถนาจะหนีเพียงใดก็ไร้ซึ่งหนทาง