ญาณ หากอยากได้มาก็จำต้องกดข่มวิญญาณนั้นไว้
แต่จะกดข่มวิญญาณของเจินจวิน นับว่ายากเพียงใด?ถึงกับกล่าวได้ว่าแทบเป็นไปไม่ได้!จนถึงบัดนี้ แก่นแท้ทองคำของเจินจวินที่ลวี่หยางได้มา ล้วนเป็นเพราะฉวยโอกาสในคราอีกฝ่ายกลับชาติมาเกิด แล้วอาศัยการอ่อนล่างโค่นบน จึงได้มา นอกนั้นไม่มีวิธีอื่นใดเลย
ส่วนคัมภีร์ปะสานฟ้ายิ่งยากเกินเอื้อม
ยามมิใช่คราวคับขัน ลวี่หยางก็ไม่อยากใช้คัมภีร์ปะสานฟ้าไปต่อกรกับโพธิสัตว์แห่งแดนสุขาวดี ฟ้าดินรู้หรือไม่ว่า พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จลงหรือเปล่า…คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ได้แต่ทอดถอนใจ
สองหนทางที่ใช้เรียนรู้ได้ดีที่สุดกลับไม่อาจนำมาใช้ ลวี่หยางจึงได้แต่กำหมัดแน่น เลือกใช้หนทางโง่เขลาที่สุดในการรับมือ
รับการโจมตี!
ถูกทุบตีมากเข้า ตราบใดไม่ตาย หลายสิ่งก็จะเรียนรู้ได้เองโดยธรรมชาติ
“ตูม!”
เพียงชั่ววินาทีถัดมาโพธิสัตว์เป่าเหลียนจั้งฝูลงมืออีกครั้ง ท่วงท่าอันอ่อนช้อยประดุจนกหงส์โผผิน งามสง่าดุจมังกรว่ายเวียน ปรากฏตรงหน้าลวี่หยางในพริบตา
ลวี่หยางยังคงไร้ปฏิกิริยา เพียงเบิกตากว้าง มองดูโพธิสัตว์เป่าเหลียนจั้งฝูบดขยี้กายธรรมที่เพิ่งประกอบขึ้นใหม่อีกครา เห็นดังนั้น บรรพชนถิงโยวกับซั่วฮ่วนที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็รีบจะทำเช่นเดิม เพื่อช่วยลวี่หยางฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว
“คิดว่ากลวิธีเดิม จะใช้ได้สองครั้งกระนั้นหรือ?”
ดวงตาของโพธิสัตว์เป่าเหลียนจั้งฝูเย็นเยียบ “มรรคผลแห่งความจริงและความเลือ