ขาให้ชัดเจน
สมาชิกตระกูลสวี่จำนวนมากก้มลงมอง แล้วต่างก็ต้องตกใจสุดขีด
ชายหนุ่มผู้นี้ยังคงสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ทว่าเส้นผมกลับหลุดร่วงจนเหลือเพียงไม่กี่เส้น ฟันก็ร่วงโกร๋นเกือบหมดสิ้น ใบหน้าซูบตอบเหมือนซากศพแห้ง เมื่อถูกดึงขึ้นมาเขาก็ไร้เรี่ยวแรงจะยืน ทำได้เพียงนอนพึมพำวาจาไร้สาระอยู่บนพื้น ไม่มีใครฟังออกเลยว่าเขาพูดว่าอะไร
“ลูกแม่!”
หญิงนางหนึ่งโผเข้าไปกอดร่างนั้นทันที
“เจ้าอวิ๋นเอ๋ย!”
“ท่านพี่!”
เสียงร้องไห้ระงมดังขึ้นจนสะเทือนเลื่อนลั่น
ชายชราเห็นภาพนั้นก็ต้องเบือนหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ ทั้งโกรธแค้น ทั้งเวทนา และเสียใจสุดซึ้ง ทว่าเขายังคงโบกมือสั่งบ่าวให้แก้เชือกออกแล้วหย่อนลงไปใหม่
เหตุการณ์เดิมวนซ้ำอีกครั้ง
ชายหนุ่มอีกสองคนถูกดึงขึ้นมา คนหนึ่งมีสภาพซูบเซียวเหมือนซากศพไม่ต่างจากคนแรก ส่วนอีกคนนั้นสิ้นลมหายใจไปเสียแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเสียงร่ำไห้คร่ำครวญได้ดังระงมขึ้นอีกระลอกใหญ่
มีคนหันไปมองซ่งโหยวที่ยืนอยู่ข้างๆ “ท่านเซียนพอจะมีวิธีช่วยพวกเขาบ้างหรือไม่ขอรับ”
“ไม่มีวิธีแล้ว” ซ่งโหยวเอ่ยตอบอย่างจริงใจ “ในบรรดาสามคนนี้ คนหนึ่งสิ้นใจมานานแล้วจนท้องเริ่มโป่งพอง อีกสองคนแม้ยังมีลมหายใจ ทว่าปราณหยางและพลังชีวิตกลับสลายสิ้นไปหมดแล้ว ขวัญทั้งสามวิญญาณทั้งเจ็ดหลุดลอยไปกึ่งหนึ่ง กลายเป็นคนโง่งมเบาปัญญา…ไม่มีพละกำลังจะเหนี่ยวรั้งไว้ได้อีก”
เสียงร่ำไห้พลันโหยหวนรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
เหล่าบ่า