ได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างพากันอัศจรรย์ใจ
เมื่อมองไปยังบัณฑิตแซ่สวี่อีกครั้ง สายตาของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
“ท่านต้องระมัดระวังให้ดี ไม้เท้าไผ่ของข้าสามารถคุ้มครองท่านให้พ้นจากอันตรายของปีศาจและมนต์ดำได้ แต่ท่านต้องกำมันไว้ให้มั่น หากตัวท่านเองคุมใจไม่อยู่ ถูกสิ่งภายนอกล่อลวง หรือถูกปีศาจหลอกล่อจนเผลอวางไม้เท้าไผ่ในมือลง เช่นนั้นเกรงว่าลงไปแล้วอาจไม่ได้กลับขึ้นมาอีก” ซ่งโหยวเอ่ยกำชับบัณฑิตแซ่สวี่อีกครั้ง
“ผู้แซ่สวี่เต็มใจจะลองดูขอรับ”
“หลังจากลงไปแล้ว ข้ามีอีกเรื่องอยากจะรบกวนท่าน”
“ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องใดหรือขอรับ”
“หากสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นสามารถสนทนาได้ รบกวนท่านช่วยถามพวกมันแทนข้าที ว่าพวกมันมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อใด และมาที่นี่เพื่อเหตุอันใด”
“พวกมันจะยอมตอบผู้น้อยหรือขอรับ”
“เมื่อท่านลงไปแล้ว ท่านย่อมรู้เองว่าจะทำให้พวกมันตอบได้อย่างไร”
“หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ”
“พูดไปยามนี้ ท่านก็คงมิอาจเชื่อได้” ซ่งโหยวเหลือบมองไม้เท้าไผ่ในมือตนเอง “เมื่อถือไม้เท้าลงไปถึงข้างล่างแล้ว ท่านก็จะเข้าใจเอง”
“ผู้แซ่สวี่จะจำใส่ใจไว้ขอรับ”
บัณฑิตแซ่สวี่พยักหน้าอย่างหนักแน่น
หลังจากนั้น ชายชราจึงสั่งให้บ่าวไพร่จัดที่นั่งให้บัณฑิตแซ่สวี่ และเริ่มรอรับประทานอาหารค่ำ
ระหว่างนั้นทุกคนต่างสนทนากันถึงเรื่องคนแคระในยามค่ำคืน และเรื่องที่ขุดหลุมเขาจำลองในสวนมาทั้งวันจนเจอจิ้งจกไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว บุตรชายคนโตของตร