ถามเซ้าซี้
“ข้า…ข้ายังไม่มีเวลาจัดการขอรับ” บัณฑิตแซ่สวี่กล่าวอย่างลำบากใจ “อีกอย่างทางบ้านยากจน ขาดแคลนเนื้อหนังมังสา เนื้อที่ท่านเซียนน้อยประทานให้เป็นเนื้อชั้นดี ข้าจึงตั้งใจจะเก็บไว้ค่อยๆ กินในภายหลังขอรับ”
“ไม่เป็นไร เช่นนั้นรอท่านขึ้นมา แม่นางสามสีจะไปจับมาให้ท่านกินอีกตัวหนึ่ง”
“เช่นนั้นก็ขอน้อมรับคำอวยพรของท่านเซียนน้อย…”
“ใครคือเซียนน้อย”
“ก็ท่านอย่างไรเล่า…”
“คำอวยพรอะไร”
“ก็ที่ว่าข้าจะสามารถขึ้นมาได้…”
“อ้อ…” เด็กหญิงตัวน้อยเข้าใจแล้ว ลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัย “ท่านไม่ต้องกลัวนะ นักพรตบ้านข้าเก่งมาก เจ้าจับไม้ไผ่ลำนี้ไว้ให้ดี อย่าปล่อยมือ เชื้อร้ายที่เก่งกาจเพียงใดก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้ ถ้าพวกมันไม่ยอมให้เจ้ากลับมา เจ้าก็ใช้ไม้ไผ่ตีพวกมันเลย!”
“ตกลง!”
คำพูดของเด็กเล็กมักทำให้คนเชื่อถือได้ง่ายกว่าเสมอ
ประกอบกับแม่นางสามสีมีรูปโฉมงดงามยิ่งนัก ทั่วร่างสะอาดสะอ้านไร้ราคี ประดุจกุมารบนสรวงสวรรค์ เมื่อวาจาที่ว่านักพรตผู้นั้นเก่งกาจหลุดออกมาจากปากนาง ย่อมทำให้ผู้คนเต็มใจที่จะเชื่อถือ
บัณฑิตแซ่สวี่ครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกไม่ออกจริงๆ ว่าพวกเขามีเหตุผลใดที่ต้องมาหลอกลวงตน ความกล้าหาญจึงผุดขึ้นในใจ ขจัดความหวั่นวิตกไปจนสิ้น เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหันกลับไปกล่าวว่า “รอคอยไปก็ไร้ประโยชน์ มิสู้ลงไปแต่เนิ่นๆ เพื่อพาพี่น้องร่วมตระกูลขึ้นมา และเพื่อให้ท่านเจ้าบ้านได้กำจัดปีศาจโดยเร็ว”
เขานิ่งไ