ปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสั่งเสียว่า
“หาก…หากผู้น้อยมีอันเป็นไป ผู้อาวุโสในบ้านก็ล่วงลับไปหมดแล้ว มิได้มีสิ่งใดให้ต้องห่วงกังวล จะมีก็เพียงบุตรสาวของคนขายเนื้อตระกูลหลิวในหมู่บ้านเดียวกันที่เคยหมั้นหมายกันไว้ รอเพียงถึงวัยที่เหมาะสมก็จะตบแต่งกัน คงต้องรบกวนตระกูลหลักช่วยไปแจ้งนางเสียหน่อยว่าให้ยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย อย่าได้ประวิงเวลาการออกเรือนของนางเลย หากตระกูลหลักจะช่วยหาครอบครัวที่ดีให้นางได้ก็นับว่าดียิ่งนักขอรับ”
“หลานชาย…”
“หลานชายอย่าได้กล่าววาจาเช่นนี้! ลงไปแล้วขอให้รักษาชีวิตเป็นสำคัญ! ขอเพียงเจ้าขึ้นมาได้ พวกข้าจะดูแลเจ้าประดุจบุตรในอุทร!”
“พ่อหนุ่ม ระวังตัวด้วย!”
คนตระกูลสวี่ต่างพากันตื้นตันใจยิ่งนัก
แม้แต่ซ่งโหยวก็ยังเผยรอยยิ้มออกมา
บัณฑิตแซ่สวี่ไม่ลังเลอีกต่อไป ในมือถือไม้เท้าไผ่ ปากคาบโคมไฟไว้ แล้วจึงปีนขึ้นขอบบ่อ หย่อนเท้าลงไปเหยียบรอยบุ๋มบนผนังบ่อ สองมือยันผนังค่อยๆ ไต่ลงไปทีละนิด
พอลงไปได้ครึ่งทาง เห็นว่าโคมไฟไม่สะดวกต่อการเคลื่อนไหว จึงตัดสินใจโยนโคมไฟทิ้งไป แล้วคลำทางลงไปท่ามกลางความมืดมิดเพียงลำพัง
ทุกคนต่างตกตะลึงในความกล้าหาญของเขา
ท่านเจ้าบ้านตระกูลสวี่หันมองซ้ายแลขวา กวาดสายตามองลูกหลานในบ้านตนเอง โดยเฉพาะคนหนุ่มรุ่นเยาว์ จนหลายคนต้องก้มหน้าหลบตา มีอีกหลายคนที่ดื้อรั้นไม่ยอมรับในใจแต่ก็มิกล้าปริปากส่งเสียง
แม่นางสามสีอดมิได้ที่จะหมอบลงข้างปากบ่อ เบิกตาโตด้วยความ