จ้าไม่ตอบ ช่างไร้มารยาทนัก!”
“สองข้อ”
ซ่งโหยวนึกระอาอยู่ในใจ
บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าสมองของพวกภูตผีปีศาจเหล่านี้ทำด้วยอะไร และกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
โชคดีที่เขามีความอดทนเสมอมา
“พวกเรา…พวกเราก็ลืมไปแล้วว่ามาจากที่ไหน ดูเหมือนจะมาจากทางตะวันออก หรือไม่ก็มาจากทางตะวันตกนั่นแล สรุปคือเดินเซ่อซ่ามาจนถึงที่นี่ เห็นว่าอยู่ที่นี่แล้วสบายกายสบายใจดี ก็เลยไม่อยากไปไหนอีก”
“น่าเวทนาพวกเราที่มีเจตนาดี อยากจะชวนคนตระกูลสวี่นั่นมาเล่นสนุกด้วยกัน ช่วยคลายความเหงายามค่ำคืนให้พวกเขา แต่พวกเขานอกจากจะไม่รับน้ำใจแล้ว ยังเชิญคนมาจัดการพวกเราอีก!”
“เจ้าเองก็คงเป็นคนที่พวกเขาเชิญมาจัดการพวกเราสินะ”
“เจ้านี่มันเก่งกาจจริงๆ!”
“…”
ซ่งโหยวขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับพวกเขา จึงโบกมือไล่ “รีบกลับไปเถิด มิเช่นนั้นแม่นางสามสีอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ บางครั้งคำพูดของข้าก็ใช้ไม่ได้ผลเสมอไปหรอกนะ”
แมวสามสีขยับตัวถอยห่างไปสองสามก้าวเพื่อเปิดทางให้
เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าตัวจ้อยเหล่านั้นก็รีบวิ่งกรูกันเข้าไปในรูไม้ทันที
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น คนที่ใจกล้าและเกรี้ยวกราดที่สุดยังอุตส่าห์หันมาชี้นิ้วใส่ซ่งโหยวพลางตะโกนก้องขณะที่กำลังวิ่งหนี “เจ้าคนชั่ว อย่าได้ลำพองใจไปนัก พวกเราไม่ได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ แล้วเราจะกลับมาอีก!”
พอแมวสามสีหันขวับไปจ้องเขม็งเข้าให้
คนแคระผู้นั้นก็มุดหายเข้าไปในรูกำแพงทันควัน