“…”
ซ่งโหยวมองตามไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง
แมวสามสีคลานตามขึ้นมาที่เตียง นางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าขาดๆ ผืนนั้นเช็ดอุ้งเท้าจนสะอาด จึงค่อยกระโดดขึ้นมานอนบนเตียงพลางถามอย่างไม่เข้าใจว่า “เหตุใดถึงปล่อยพวกมันไปเล่า พวกมันบอกว่าจะทิ่มตาของเจ้าเชียวนะ!”
“แม่นางสามสีไม่ทันสังเกตหรือ ว่าพอพวกนั้นถูกตีตายก็ล้วนสลายกลายเป็นควันขาวทั้งนั้น”
“จริงด้วย!”
“ใช่แล้ว”
“ที่แท้ก็เป็นของปลอม!”
ในที่สุดซ่งโหยวก็นอนลงเสียที
คืนนี้จึงได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
ครั้นตื่นลุกขึ้นมาในเช้าวันถัดไป
ซ่งโหยวลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ยันตัวลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกที่เขามองคือรูเล็กๆ ริมกำแพงเหล่านั้น
เมื่อคืนนี้ รูเหล่านั้นแม้จะเล็กแต่กลับดูเหมือนประตูไม้ลงรักสีแดงชาดที่มีหมุดทองแดงและห่วงจับรูปหัวสัตว์ดูน่าเกรงขาม ทว่ายามนี้กลับเป็นเพียงรูหนูซอมซ่อ หรือเป็นเพียงรอยแตกเล็กๆ บนผนังเท่านั้น
เจ้าแมวนอนหมอบอยู่ข้างเตียง หันหน้าไปทางนั้น
ดูท่าทางนางจะคอยเฝ้าระวังอยู่ค่อนคืน
ซ่งโหยวปลุกแม่นางสามสีให้คืนร่างเป็นมนุษย์ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า ล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกจากห้อง
บ่าวรับใช้ของตระกูลสวี่มารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นทั้งสองเดินออกมา ก็นำทางไปยังห้องอาหาร ซึ่งคนในตระกูลสวี่ต่างมารอกันพร้อมหน้าครู่ใหญ่แล้ว
“คุณชายมาแล้วหรือ เชิญนั่ง เชิญนั่งเถิด”
“ขอบพระคุณท่านประมุข”
ซ่งโหยวกล่าวขอบใจก่อนจะนั่งลง
“เมื่อคืน