คุณชายหลับสบายดีหรือไม่”
“มีพวกตัวเล็กมารบกวนหรือไม่”
“เมื่อคืนดูเหมือนในห้องของคุณชายจะมีเสียงวุ่นวายอยู่บ้าง…”
ทุกคนต่างพากันรุมล้อมซ่งโหยว เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“ข้าได้พบกับคนแคระที่ทุกท่านกล่าวถึงแล้วจริงๆ ค่อนข้างหนวกหูและไร้มารยาทสามหาวอยู่บ้าง” ซ่งโหยวตอบ “แต่ศิษย์น้อยของข้าเก่งกาจนัก เพียงครู่เดียวก็ไล่พวกมันไปได้หมด”
“คุณชายมิได้ถูกรบกวนจนนอนไม่หลับทั้งคืนหรอกหรือ”
“หามิได้ รบกวนเพียงครู่สั้นๆ เท่านั้น” ซ่งโหยวตอบเสร็จก็หันไปถามทุกคนกลับ “แล้วยามปกติที่พวกมันมารบกวน ทุกท่านรับมืออย่างไรหรือ”
“แรกเริ่มที่พบพวกมัน แม้จะหวาดกลัวแต่เห็นว่าตัวเล็กแรงน้อย พวกเราจึงใช้สิ่งของขับไล่ไปบ้าง แต่เจ้าพวกนี้ไม่ยอมฟังคำใคร ต่อให้ไล่ไปเดี๋ยวก็กลับมาอีก พอกลับมาคราวนี้ขนคนมาเพิ่มมากกว่าเดิม ยืนชี้นิ้วด่าทอพวกเราไม่หยุด บางทีก็เอาดาบมาทิ่มแทงเรา ช่างวางอำนาจบาตรใหญ่นัก” บุตรชายคนโตของตระกูลสวี่ตอบ “หากพวกเราใจแข็ง ใช้ไม้หรือพัดตบตีจนพวกมันตาย ร่างของพวกมันก็จะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไป แต่พวกมันฆ่าอย่างไรก็ไม่หมดสิ้น อย่างเร็วที่สุดก็กลางดึกวันนั้น อย่างช้าที่สุดก็วันรุ่งขึ้น ตอนที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา พวกมันก็จะกลับมาหาอีก คราวนี้ใช้มีดเล็กๆ หรือเหล็กแหลมมาทิ่มเราจนตื่น ช่างน่ารำคาญจนไม่มีใครกล้าตอแยด้วยแล้ว”
“หากพวกเราเพิกเฉยไม่สนใจ พวกมันก็จะรวมกลุ่มกันมาร้องรำทำเพลงอยู่ข้างหมอน บีบ