งชี้นิ้วไปพลาง พร้อมทั้งขยับก้าวเดินและตบมือประกอบท่าทาง
ประหนึ่งนางจิ้งจอกปากตลาดที่กำลังยืนด่าทอกลางถนนไม่มีผิดเพี้ยน
“…”
ซ่งโหยวจนปัญญาได้แต่ใช้นิ้วแคะหูแก้รำคาญ
ส่วนเจ้าแมวสามสีที่นั่งอยู่ริมขอบเตียงเบื้องหน้า ขยับสายตาจ้องมองตามลำดับการพูดของหญิงเหล่านั้น มองคนโน้นทีคนนี้ที บางครั้งก็ทำท่าตกตะลึงกับคำพูดอันเผ็ดร้อนไร้มารยาทหรือท่าทางประหลาดๆ ราวกับกำลังร่ายเวทมนตร์ของพวกนาง นางจ้องมองตาปริบๆ ศีรษะผงะไปข้างหลังเป็นระยะด้วยความประหลาดใจ
จนกระทั่งนางหันกลับมามองนักพรตของตน
และได้เห็นสีหน้าท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความเบื่อหน่ายของเขา
เมื่อเห็นดังนั้น แม่นางสามสีก็ไม่คิดจะไว้หน้าพวกนางอีกต่อไป พอนางหันกลับไปจ้องมองคนแคระเหล่านั้นอีกครั้ง สีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
นางย่อตัวลงต่ำ เคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงลำคอ หากมองด้วยภาพช้าจะเห็นท่วงท่าการขยับร่างกายที่สละสลวยดั่งระลอกคลื่น เส้นขนทุกเส้นพลิ้วไหวไปตามจังหวะราวกับลอยอยู่ในน้ำ ก่อนจะปล่อยตัวลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบา
เหล่าหญิงจอมปากร้ายพลันปิดปากเงียบทันที สีหน้าปรากฏแววตระหนก
พวกนางถึงกับก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
ต่อให้จะปากกล้าเพียงใด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจอมมารที่สามารถกัดพวกนางให้ตายได้ในคราเดียวเช่นนี้ ก็มิอาจหาญกล้าทำตัวกร่างได้อีก
ทว่าพอหันไปเห็นเหล่านักรบที่อยู่เบื้องหลัง ใจก็ชื้นขึ้นมาบ้าง
“เจ้าจะทำอะไร”
“คุมแมวของเจ้าให้ดีนะ!