”
“มิเช่นนั้นข้าจะยิงมันให้ตาย!”
“พวกท่าน…”
ซ่งโหยวถอนหายใจอย่างอ่อนใจ เขายังคงนั่งอยู่บนเตียง แผ่นหลังพิงหน้าต่าง มองดูเจ้าตัวจ้อยเหล่านั้น “ตัวข้าเพียงต้องการจะนอน จึงได้ปฏิเสธคำชวนของคุณชายท่านนั้นไป แต่เขาเป็นฝ่ายเข้ามาฉุดกระชากข้าก่อน ในห้องข้ามีแมวอยู่แล้ว เขาต่างหากที่ตื่นตระหนกไปเอง หาได้มีการปล่อยแมวไปกัดใครแต่อย่างใด”
“โกหก!”
“เหลวไหลทั้งเพ!”
“แล้วตอนนี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู่”
“ยังไม่รีบอุ้มแมวของเจ้ากลับไป แล้วขอขมาพวกเรา จากนั้นก็ตามไปเล่นสนุกด้วยกันเดี๋ยวนี้!”
หญิงเหล่านั้นยังคงไม่เลิกรา แผดเสียงแหลมสูงดังก้อง
“ยามนี้เป็นเพราะพวกท่านกล่าววาจาได้ระคายหูยิ่งนัก แมวของข้ามีนามว่าแม่นางสามสี อดีตเคยเป็นเทพแมวแห่งศาลาริมทางกิมยั๊งในมณฑลอี้โจว มีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า ตบะสูงส่ง ฟังภาษามนุษย์รู้เรื่อง ทั้งยังเคยเขียนตำราสืบไว้ให้ชนรุ่นหลัง พวกท่านนอกจากจะมารบกวนความฝันกลางดึกแล้ว ยังไร้เหตุผลและวาจาสามหาว แม่นางสามสีได้ยินเข้า ย่อมต้องไม่พอใจเป็นธรรมดา”
ซ่งโหยวเอ่ยเรียบๆ ขณะนั่งอยู่บนเตียง
ฝ่ายเจ้าแมวก็มิได้หยุดฝีเท้าแม้แต่น้อย
สวบสาบ…
นักรบสวมเกราะนับสิบนายพลันวิ่งกรูออกมาเบื้องหน้า ยืนบังเหล่าหญิงเหล่านั้นไว้ จ้องมองแม่นางสามสีที่เยื้องกรายเข้ามาใกล้ด้วยความระแวดระวัง
ภายใต้แสงจันทร์ แมวสามสีทอดเงาดำทะมึนทับถมลงมา เงานั้นขยับเข้าใกล้จนปกคลุมฝ่าเท้าของพวกเขาก่อนจะค่อยๆ กลืนกินร่างขอ