ินาทีอย่างแม่นยำ ระยะหลบช่างพอเหมาะพอเจาะจนดาบนั้นฟันถูกเพียงธาตุอากาศ
จากนั้นนางก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ตวัดอุ้งเท้าชกเข้าใส่ทันที
ปึ้ก!
เสียงกระแทกดังขึ้น
นักรบสวมเกราะผู้นั้นถูกตบจนปลิวละลิ่ว กระแทกเข้ากับเหล่านักรบเบื้องหลังจนล้มระเนระนาด มีนักรบอย่างน้อยสามนายที่สลายกลายเป็นควันขาวหายวับไปในอากาศทันทีจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวนี้
“เจ้าบังอาจ!”
“ฆ่าคนแล้ว! ฆ่าคนแล้ว!”
“แมววิปลาสฆ่าคนแล้ว!”
“ฆ่ามัน! ฆ่าเจ้าแมวนั่นเสีย!”
เหล่าหญิงจอมปากร้ายต่างพากันกรีดร้องพลางล่าถอยไปด้านหลัง
นักรบสวมเกราะนับสิบคนที่อยู่ใกล้พวกนางที่สุดต่างพากันชักดาบยาว หรือไม่ก็ยกหอกขึ้นเตรียมพร้อม พวกเขาพุ่งตัวเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย แม้ด้านหลังจะยังเหลือเหล่านักรบที่ยืนกันเป็นกองทัพแน่นหนาก็ตาม
อย่าได้ดูแคลนว่าคนเหล่านี้ตัวเล็ก เพราะจำนวนของคนแคระนั้นมีมหาศาล และดาบยาวในมือของนั้นก็ยาวกว่าหนึ่งนิ้ว หากเทียบกันแล้วถือว่ายาวกว่าเล็บและเขี้ยวของเจ้าแมวเสียอีก ทั้งยังคมกริบ ส่วนหอกนั้นสูงกว่าตัวคนแคระเสียด้วยซ้ำ ยาวราวครึ่งฝ่ามือของมนุษย์ ปลายหอกแหลมคมน่าเกรงขาม
ดาบยาวหลายเล่มฟันเข้าใส่แม่นางสามสีในทันใด
พร้อมๆ กับหอกอีกหลายเล่มที่ทิ่มแทงเข้าใส่เช่นกัน
ทว่าแม่นางสามสีราวกับมีดวงตางอกอยู่รอบตัว นางรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวทุกกระเบียดนิ้วรอบทิศทาง จึงย่อตัวหลบหลีกอย่างปราดเปรียว ก่อนจะตวัดอุ้งเท้าโต้กลับ
แม่นางสามสีและเห