ลายไป
ผสานกับเสียงตะโกนสั่งการ เสียงด่าทอ และเสียงรบราฆ่าฟัน ทำให้ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงแหลมเล็กนับไม่ถ้วนดังระงมไม่ขาดสาย
ซู่…
เสียงเสียดสีแผ่วเบาดังมาจากเบื้องหลัง
ปรากฏว่าเหล่านักรบสวมเกราะกลุ่มใหญ่ตั้งแถวกระดานเรียงหน้ากระดาน พวกเขาทุกคนง้างคันธนูเล็งเป้ามาที่แม่นางสามสี
อย่าได้ดูแคลนคันธนูเหล่านี้ ลูกธนูยาวเพียงนิ้วก้อยทว่าแหลมคมยิ่งนัก ยิ่งดูจังหวะที่พวกมันง้างคันธนู พละกำลังของมันก็นับว่าไม่ธรรมดาเช่นกัน
ฟึ่บ!
แม่นางสามสีกระโดดถอยหลังทันควัน ทิ้งระยะห่างจากแนวหน้านักรบสวมเกราะ แล้วเงยหน้ามองเหล่าคนแคระที่อยู่เบื้องหลัง
จากนั้นนางก็ส่ายหัวไปมาอย่างไม่รีบร้อน
นางอ้าปากสูดลมหายใจ แล้วพ่นออกไปอย่างแรง
“ฟู่ว…”
เปลวไฟพวยพุ่งราวกับมังกร เผาผลาญพื้นห้องจนราบคาบ
เปลวเพลิงนี้เปี่ยมไปด้วยทั้งความร้อนและพลังวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นนักรบหรือหญิงปากร้าย เพียงถูกเปลวไฟเฉียดผ่านไปแม้เพียงนิดเดียว ทุกคนต่างก็กลายเป็นควันขาวหายวับไปจากห้องทันที
เหล่านักธนูเหล่านั้นยังไม่ทันได้ปล่อยลูกธนูออกมาก็สิ้นชีพเสียก่อน หรือต่อให้ปล่อยออกมาได้ ท่ามกลางเปลวไฟเหล่านั้น ลูกธนูทั้งหมดก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
แม่นางสามสีหันศีรษะจากซ้ายไปขวา
ลำแสงเพลิงก็กวาดไปจากซ้ายไปขวาเช่นกัน เผาไหม้ไปตามพื้นดิน ทิ้งให้ห้องเต็มไปด้วยควันขาวที่โขมงออกมาจากกองเพลิง
ภายในห้องถูกอาบด้วยแสงสว่างจ้า
ผ่านไปครู่หนึ่ง แสงไฟจึงดับลง