จัดการหรือไม่”
“ข้าขอถามทุกท่านหน่อย บ่อน้ำแห้งนั่นมีเสียงร่ายรำขับขานทุกคืนเลยหรือ”
“ทุกคืนไม่เคยขาด”
“แล้วพวกท่านเคยใช้วิธีใดรับมือมาบ้าง”
“เราเคยลองถมบ่อนั่นแล้ว แต่ไม่ว่าจะใช้ดินหรือใช้อิฐก็ไม่เป็นผล หากใช้ดิน ดินเหล่านั้นก็จะหายวับไปกับตา หากใช้อิฐ พอรุ่งสางอิฐเหล่านั้นก็จะมากองสุมกันอยู่ในลานบ้าน ส่วนบ่อน้ำก็ยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง” บุตรชายคนโตของตระกูลสวี่เป็นผู้ตอบ “ต่อมาได้รับคำชี้แนะจากผู้วิเศษท่านหนึ่ง ให้จุดไฟแล้วเผาบ่อทั้งกลางวันและกลางคืน”
“ได้ผลหรือไม่”
“ก็พอได้ผลอยู่บ้าง” บุตรคนโตกล่าวต่อ “คืนนั้น ทุกคนในจวนต่างฝันเห็นเหล่านางรำและนักดนตรีในสภาพหน้าตามอมแมมพากันก่นด่าว่าพวกเราใจคออำมหิต หลังจากนั้นไม่กี่วัน พอทั้งสามคนลงไป ก็ไม่เคยได้ออกมาอีกเลย”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง”
“คุณชายคิดเห็นอย่างไร”
“ข้าคิดว่า…” ซ่งโหยววางตะเกียบลง “เรื่องประหลาดในจวนนี้มีไม่น้อย คงต้องจัดการไปทีละอย่าง ในเมื่อแขกผู้นี้มาเยือนทุกค่ำคืน เช่นนั้นเราก็เริ่มจากที่นี่ก่อนเถิด”
“ดูเหมือนคุณชายจะมั่นใจในตัวเองมาก”
ทุกคนในห้องต่างจับจ้องไปที่ซ่งโหยวเป็นตาเดียว
ส่วนใหญ่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ทว่าก็มีบางส่วนที่ดูเสียดาย หรือกระทั่งไม่ค่อยเต็มใจนัก
“พวกเราเก่งมากนะ!”
เป็นแม่นางน้อยที่ตอบกลับท่ามกลางความวุ่นวาย
หลังจากตอบเสร็จ นางก็ก้มหน้าก้มตาซดน้ำข้าวหมากต่อไปจนเกิดเสียงดังซูดซาด ดูไม่สำรวมเ