อาเสียเลย
“คุณชายจะกำจัดมันอย่างไร”
“ฟังดูแล้วก็มิใช่ปีศาจร้ายที่น่ากลัวอะไรนัก ไม่แน่ว่าจะเก่งกาจกว่ามนุษย์ หากพวกท่านใจแข็งกว่านี้อีกสักหน่อยและละทิ้งความเมตตาตั้งแต่ตอนที่พบพวกมันครั้งแรก ป่านนี้ต่อให้กำจัดพวกมันไม่ได้ พวกมันก็คงไม่กล้ามาอาละวาดในจวนนี้อีก” ซ่งโหยวหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “เพียงแต่ตอนนี้ยังมีคุณชายอีกสามท่านติดอยู่ในบ่อ ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ต้องช่วยเหลือพวกออกมาให้ได้ก่อน”
“กล่าวได้ถูกต้องที่สุด!”
“คุณชายมีวิธีอันวิเศษแจ้งใจหรือไม่”
“บ่อนั่นยามกลางวันดูเหมือนบ่อร้างทั่วไป ยามค่ำคืนจึงจะเกิดความเปลี่ยนแปลง แสดงว่าภายในต้องมีมิติอื่นซ่อนอยู่ จำเป็นต้องมีคนเข้าไปในยามวิกาล เพื่อพาทุกคนออกมา”
“เช่นนั้นใครจะเป็นผู้ลงไปพาตัวออกมาเล่า”
“ได้รับความเมตตาจากทุกท่านคอยต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ความจริงตัวข้าควรจะเป็นผู้ลงไปเอง แต่ติดตรงที่ตบะของข้านั้นสูงส่งเกินไป หากสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป หนึ่งคือเกรงว่าจะทำให้พวกมันตื่นตกใจ สองคือเกรงว่าตัวข้าจะเข้าเข้าไปไม่ได้” ซ่งโหยวเอ่ยขึ้น “ข้ามีศิษย์น้อยอยู่คนหนึ่ง เชี่ยวชาญการปราบปีศาจ ทั้งยังมีผู้ช่วยนำทางอีกท่านซึ่งเป็นสืบเชื้อสายมาจากเซียน แต่น่าเสียดายที่ศิษย์ของข้ายังเยาว์นัก จิตใจยังไม่แกร่งกล้าพอ เกรงว่าหากเข้าไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นจะเป็นการทำให้ดวงตาอันบริสุทธิ์นั้นมัวหมอง ส่วนท่านผู้นำทางนั้นก็มีนิสัยเหนียม