ี้อีกครั้ง
จวนนี้สร้างได้ดีจริงๆ หน้าหนาวอบอุ่น หน้าร้อนเย็นสบาย
“หลังจากนั้นหญิงชราผู้นั้นยังมาหาอีกหรือไม่”
“มาครับ มาทุกวันขึ้นสิบห้าค่ำ” ชายวัยกลางคนหันมาบอกซ่งโหยว “ทว่าท่านพ่อไม่เคยสนใจนางอีกเลย”
“แล้วนางมาทำอะไรอีกเล่า”
“ถ้าไม่ข่มขู่ ก็เยาะเย้ย” ชายวัยกลางคนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “หากยังหาทางแก้ไขไม่ได้ พวกเราคงต้องย้ายออกจากจวนบรรพบุรุษแห่งนี้ น่าเสียดายที่นี่คือมรดกที่บรรพชนทิ้งไว้ให้”
“คืนสิบห้าค่ำ…”
ซ่งโหยวแหงนมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นดวงจันทร์เกือบเต็มดวงลอยเด่นอยู่บนกิ่งไม้
ดูท่าอีกไม่กี่วันก็คงจะเป็นคืนวันเพ็ญสิบห้าค่ำแล้ว
“ยังมีเรื่องประหลาดอื่นอีกหรือไม่”
“ไม่ได้มีแค่เรื่องเดียวหรอกขอรับ” บุตรชายคนที่สองของตระกูลสวี่เอ่ยขึ้น “ที่ร้ายแรงที่สุด ยิ่งกว่าเรื่องหญิงชราผู้นั้นเสียอีก คือบ่อน้ำร้างกลางสวนขอรับ”
“เป็นอย่างไรหรือ”
“บ่อน้ำร้างนั่นบรรพบุรุษเป็นผู้ขุดไว้ ถึงขั้นสลักบทกวีไว้ที่ขอบบ่อ ต่อมาแม้น้ำจะแห้งเหือดไปแล้ว พวกเราก็ไม่ได้ถมทิ้ง เพียงแต่ใช้เก็บของบ้างเป็นครั้งคราว” บุตรชายคนที่สองเล่า “หลังจากเข้าช่วงต้นปีมาได้ไม่นาน คืนหนึ่งขณะที่พวกเราเดินผ่านบ่อน้ำร้าง ก็ได้ยินเสียงร้องรำทำเพลงแว่วออกมาจากข้างใน ไพเราะจับใจยิ่งนัก น้องสี่หมอบลงไปชะโงกดู แล้วจู่ๆ เขาก็พลัดตกลงไป”
ทุกคนหันไปมองชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบางที่นั่งอยู่ด้านหลัง ชายผู้นั้นไว้หนวดบาง เบ้าตาโหลลึก ดูท่าท