องรองจากนางในเรื่องปราบปีศาจ” ซ่งโหยวตอบตามความจริง
“หากเป็นเช่นนั้น ผู้แซ่สวี่พอจะชี้แนะหนทางให้ท่านได้”
บัณฑิตมองซ่งโหยวและเด็กหญิงพลางครุ่นคิด
“ผู้แซ่สวี่มีญาติห่างๆ อยู่ในเมือง เป็นตระกูลใหญ่ในอำเภอฝูเหยา ได้ยินว่าตั้งแต่ต้นปีมานี้ ในจวนเกิดเรื่องอาถรรพ์ขึ้นมากมาย เชิญหมอผีพื้นบ้านมาดูหลายคนแล้ว แต่ไม่เพียงไม่ได้ผล เรื่องประหลาดกลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนคนในจวนอยู่ไม่เป็นสุข ผู้แซ่สวี่เป็นเพียงญาติห่างๆ ที่แทบจะนับญาติกันไม่ได้ แต่ก็ได้รับความเมตตาจากพวกเขาสนับสนุนให้เล่าเรียน จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณยิ่งนัก เมื่อได้ยินว่าผู้มีพระคุณต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้ ผู้แซ่สวี่ก็ร้อนใจแต่กลับช่วยอะไรไม่ได้ วันนี้ได้พบคุณชายก็นับว่าเป็นวาสนา หากท่านมีวิชาปราบปีศาจจริง ก็ลองไปเสี่ยงโชคที่จวนตระกูลสวี่ดูเถิด ด้วยอุปนิสัยของตระกูลสวี่แห่งฝูเหยา ต่อให้ท่านปราบปีศาจไม่สำเร็จ พวกเขาก็คงจะจัดหาเสบียงอาหารชั้นดีให้ท่านพกติดตัวไป ช่วยท่านประหยัดเงินทองได้ไม่น้อย”
“ตระกูลสวี่แห่งฝูเหยา เรื่องอาถรรพ์เช่นนั้นหรือ”
“หากท่านมีความสามารถจริง เมื่อเข้าเมืองไปแล้วลองถามร้านค้าแถวนั้นดูว่าจวนตระกูลสวี่อยู่ที่ไหน ย่อมไม่มีใครไม่รู้จัก ถึงตอนนั้นเรื่องอาถรรพ์ที่ว่าคืออะไร ท่านก็จะทราบเอง”
“เช่นนั้นพวกเราจะไปดูเสียหน่อย” ซ่งโหยวยิ้มพลางประสานมือคำนับ “ขอบพระคุณท่านมาก ท่านเป็นผู้ใฝ่เรียนทั้งยังกตัญญูรู้คุณ ขอ