พรตเองก็มองไม่เห็นผู้อื่นเช่นกัน
ยามนี้เท้าเหยียบย่างเข้าสู่เขตปั๋วโจว
ปั๋วโจวตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมาเริ่มมีสิ่งชั่วร้ายปรากฏบ่อยครั้ง ร้ายแรงถึงขั้นกระทบต่อการสัญจรของพ่อค้าวาณิช โชคดีที่ยามนี้ต้าเยี่ยนอยู่ในยุครุ่งเรือง แม้ทหารในภาคกลางจะไม่เข้มแข็งเท่าช่วงตั้งราชวงศ์ใหม่ๆ แต่ก็ยังนับว่าเกรียงไกร หากปีศาจเหล่านี้รบกวนเพียงหมู่บ้านเดียวหรือบ้านหลังเดียวก็ยังพอว่า แต่หากบังอาจขัดขวางถนนทางการ ทางการย่อมส่งทหารหรือเชิญผู้มีวิชามาปราบปราม
ปีศาจส่วนใหญ่ไม่อาจต้านทานกองกำลังทหารที่ช่ำชองการรบได้
ส่วนแม่นางสามสีผู้รักความยุติธรรม ปราบมารขจัดภัย หากมีปีศาจตนใดเล็ดลอดสายตาหรือเป็นวิญญาณชั่วร้ายที่ทหารไม่ถนัดจะรับมือ ตราบใดที่ได้พบกับแม่นางสามสี ก็นับว่าพวกมันโชคร้ายถึงที่สุด
บางครั้งพวกเขาก็ช่วยจัดการไประหว่างทางโดยไม่ทิ้งชื่อไว้ บางครั้งผู้คนก็ล่วงรู้จนกลายเป็นตำนานเล่าขาน ทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง ไม่ได้ตั้งมั่นยึดติดในสิ่งใด
ในที่สุดก็เดินทางมาถึงชายขอบของปั๋วโจว
ยามนี้เวลาได้ล่วงเลยไปไม่น้อยแล้ว
บนถนนทางการสายใหญ่ที่มุ่งสู่ฉางจิง ท่ามกลางทิวเขาที่ไม่ทราบนาม ขณะที่เหล่านักพเนจรเดินมาถึงที่นี่ จู่ๆ แมวเหมียวก็หยุดเดินแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า เมื่อมองตามสายตาของนางไป ก็เห็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งท่ามกลางมวลเมฆ
นกนางแอ่นบินร่อนกลับมาแล้ว
ฟึ่บ…
จุดดำบนท้องฟ้าขยายใหญ่ขึ้นและชัดเจนอย่างรวดเร็ว นกนางแอ่นเ