แมว หนึ่งม้า เดินไกลออกไปเรื่อยๆ จนค่อยๆ ปีนขึ้นสู่ยอดเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่ง เมื่อหยุดเท้าแล้วเหลียวหลังกลับไปมอง เมืองหยางตูและร้านรวงที่ตั้งเรียงรายออกไปสิบลี้นอกเมืองก็ปรากฏแก่สายตา แม่น้ำหยางเจียงเปรียบดั่งสายธุรำหยกที่ตัดผ่านตัวเมือง
หากเทียบกับเมืองฉางจิงแล้ว หยางตูไม่ได้ดูเป็นระเบียบเท่า แต่กลับมีความเรียบง่ายตามอำเภอใจมากกว่า ทั้งยังมีขบวนรถ ม้า และเรือสินค้าสัญจรไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ซ่งโหยวจ้องมองเมืองนั้นอยู่นาน และนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่
ในที่สุดเขาก็หันกลับมา หยิบขวดหยกใบเล็กออกมาจากย่าม แล้วยื่นมือออกไปพลางแบฝ่ามือออก เกิดประกายแสงสายหนึ่งไหลวนอยู่บนนั้น
“เยี่ยนอัน”
พึ่บ พึ่บ พึ่บ…
นกนางแอ่นตัวหนึ่งบินร่อนลงมาเกาะบนหลังม้า ก่อนจะเอียงคอใช้ดวงตากลมโตดำขลับจ้องมองมายังนักพรต
“คุณชาย”
“ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยสองเรื่อง”
“เชิญสั่งมาได้เลย”
“เรื่องแรก…ที่ด่านทหารชายแดนทางเหนือ มีแม่ทัพนามว่าเฉินจื่ออี้” ซ่งโหยวกล่าวกับมัน “ข้าเคยฝากฝังให้แม่ทัพเฉินจื่ออี้ปกปักษ์ใต้หล้าให้สงบสุข เขาเป็นคนรักษาคำสัตย์ ย่อมต้องทำตามสัญญาอย่างแน่นอน ทว่าเขาเป็นนักรบที่กุมกำลังทหารมหาศาลไว้ในมือ หากเข้าไปแทรกแซงกระแสโลกในยามโกลาหล เมื่อความวุ่นวายสงบลง เขามักจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ยาเม็ดที่อยู่ในขวดหยกนี้ คือกากยาที่เหลือจากการปรุงยาอายุวัฒนะของราชครูในครานั้น แม้จะไม่มีสรรพคุณยืดอายุขัยได้พันปีเหมือ