้อื่นจะมอบค่าพู่กันให้เพื่อเป็นการขอบคุณ นอกจากนั้นน้อยนักที่จะมีใครยึดอาชีพเขียนหนังสือเพื่อเลี้ยงชีพ ผู้รจนาตำรามักทำเพื่อสร้างชื่อเสียง เพื่อสืบทอดความรู้ เพื่ออุดมการณ์ หรือเพียงเพื่อความรื่นเริงส่วนตัวเท่านั้น
คนตระกูลเลี่ยวเหล่านั้นคงจะระลึกถึงพระคุณของแม่นางสามสี จึงได้มอบค่าพู่กันนี้ให้
ที่บอกว่าซื้อต้นฉบับ แท้จริงแล้วจำนวนเงินกลับเท่ากับครึ่งหนึ่งของค่าปราบปีศาจที่แม่นางสามสีรับมาคราวก่อนพอดิบพอดี ซึ่งก็คือเงินอีกครึ่งที่เหลือนั่นเอง
ซ่งโหยวคาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาจึงใช้พลังวิญญาณวสันตวิษุวัตหลอมเป็นยาลูกกลอนหนึ่งเม็ด ฝากให้แม่นางสามสีนำไปให้พวกเขา เพื่อให้พวกเขานำไปละลายน้ำดื่ม ช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตและไอหยางที่ถูกเจ้าคางคกทองคำดูดกลืนไป นับเป็นการชดเชยค่าต้นฉบับที่พวกเขามอบให้แม่นางสามสีอย่างเท่าเทียมกัน มิได้ติดค้างต่อกัน
“เหตุใดแม่นางสามสีถึงไม่ยอมให้ข้าติดตามไปด้วยเล่า” นักพรตแหงนหน้ามองนาง “เหตุใดถึงไม่อยากให้ข้าเห็นว่าแม่นางสามสีเขียนสิ่งใดลงไปนักหนา”
“อือ…”
เด็กหญิงตัวน้อยทำหูทวนลม นางเบือนหน้าหนีไปมองผีเสื้อตัวจ้อยที่บินว่อนอยู่ท่ามกลางกอพริก
ท่าทางเคร่งขรึมนั้น ช่างเหมือนกับแมวที่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงคนพูดด้วยไม่มีผิดเพี้ยน
“ทว่าในเมื่อแม่นางสามสีพิมพ์หนังสือออกมาแล้ว หากหนังสือขายดีจนแพร่หลายไปทั่ว ต่อให้วันหน้าข้าจะไม่ได้มาที่หยางตูอีก ข้าก็น่าจะหา