ซื้อหนังสือของแม่นางสามสีได้ที่เมืองอี้ตูอยู่ดี”
“เจ้าห้ามซื้อนะ!”
“อย่างไรเสียข้าก็ต้องได้อ่านอยู่ดี”
“เจ้าห้ามอ่าน”
“หรือว่าเป็นเพราะแม่นางสามสีเขียนเรื่องของข้าไว้ในหนังสือมากมาย ถึงได้กลัวข้าเห็นนักหนา”
“!”
เด็กหญิงตัวน้อยพลันเกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที
คนผู้นี้ช่างร้ายกาจนัก!
“เดาถูกล่ะสิ”
“…”
เด็กหญิงยังคงจ้องมองเขาด้วยความระแวดระวังไม่เลิกรา
“ดูท่าจะใช่จริงๆ”
“…”
เด็กหญิงตัวน้อยกวาดสายตามองไปรอบๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะเก็บเงินกลับเข้าย่าม พึมพำกับตนเองว่าเงินนี่พอใช้ไปได้อีกนาน แล้วก็บอกว่าจะเอาไปเก็บไว้ในถุงย่าม จากนั้นนางก็เมินนักพรตหนุ่ม เดินสะพายย่ามมุ่งหน้าไปยังห้องนอนโดยไม่เหลียวหลังหันกลับมาเลย
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาค่อยๆ ห่างออกไป
“…”
ซ่งโหยวส่ายหน้าพลางยกยิ้มบาง เอ่ยตอบโดยมิได้หันกลับไปมองว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แม่นางสามสีก็เตรียมเก็บข้าวของเถิด พวกเราจะออกเดินทางกันในวันพรุ่งนี้”
น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบเป็นปกติเช่นทุกวัน
“รู้แล้วน่า…”
เสียงตอบรับแว่วมาจากที่ไกลๆ เบื้องหลัง
ซ่งโหยวนั่งพักต่ออีกครู่หนึ่งจึงลุกขึ้น กลับเข้าไปช่วยแม่นางสามสีเก็บสัมภาระ
ข้าวของส่วนตัวของเขานั้นมีไม่มากนัก ด้วยความที่คุ้นชินกับการรอนแรมในยุทธภพ การจัดเก็บจึงเป็นไปด้วยความชำนาญและรวดเร็ว ทว่าจวนบรรพบุรุษของเยี่ยซินหรงและข้าวของเดิมในบ้านนั้น เขาต้องจัดแจงให้สะอาดสะอ้านและเรียบร้อย โดยเก็บรักษา