บทที่ 472 ความเป็นไปของใต้หล้า
………………..
“เหตุใดสหายบำเพ็ญถึงฝ่าฝนมาเยือนเล่า”
“วันนี้พอดีมีผู้ศรัทธาท่านหนึ่งเชิญให้ผู้น้อยไปดูเรื่องแปลกประหลาดในบ้านในตัวเมือง ผู้ศรัทธาท่านนั้นร้อนใจนัก ผู้น้อยก็มิอาจรั้งรอได้ จึงได้ฝ่าฝนเข้าเมืองมา” เหวินผิงจื่อเอ่ย “พอนึกได้ว่าอยู่ไม่ไกลจากจวนของท่าน และนับจากครั้งก่อนที่อำลากันก็ล่วงเลยมาพักใหญ่แล้ว จึงถือวิสาสะมาเยี่ยมเยียนโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า”
“ผู้บำเพ็ญมรรควิถี ควรเป็นไปตามธรรมชาติและเรียบง่ายเช่นนี้เอง สหายบำเพ็ญมิเห็นต้องเกรงใจ” ซ่งโหยวรินน้ำชา “ข้างนอกอากาศหนาวนัก เชิญท่านดื่มชาร้อนสักถ้วยเพื่อขับไล่ไอเย็นเถิด”
“ขอบพระคุณ”
เหวินผิงจื่อประคองถ้วยชาด้วยสองมือแล้วจิบทีละนิด
น้ำชามีสีแดงสว่างใส พรั่งพรูไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อไม้ที่เข้มข้น
“ชาดี! ช่างเป็นชาที่ดีจริงๆ!”
“ชาหลงถวนถวายบรรณาการเป็นของที่สหายเก่าท่านหนึ่งได้รับพระราชทานจากองค์จักรพรรดิยามข้ายังอยู่ที่ฉางจิง แล้วเขาก็มอบให้พวกเรามา กล่าวกันว่ายิ่งบ่มไว้นานยิ่งหอมหวล ทิ้งไว้สักสามห้าปีจะดีที่สุด ข้าไม่ค่อยได้หยิบมาดื่มนัก บัดนี้เหลืออยู่ครึ่งก้อน คาดว่ารสชาติน่าจะถึงจุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว” ซ่งโหยวยกถ้วยชาขึ้นมาจรดปลายจมูก สูดดมกลิ่นหอมก่อนจะละเลียดรสชาติ
ชาที่เขาต้มเองมิได้ใส่เครื่องเทศมากมาย แม้ว่าชาหลงถวนนี้หากใส่บ๊วยแห้งลงไปบ้างก็นับว่าไม่เลว ทว่าเขาก็ใส่น้อยยิ่งนัก เพื่อรักษาค