วามหอมของชาไว้ให้มากที่สุด
ครั้งแรกที่นำชาหลงถวนนี้ออกมาต้ม เขาก็รู้ว่าเป็นชาชั้นเลิศ ทว่ายามนั้นกลิ่นหอมยังมีความฉุนเล็กน้อย เมื่อลิ้มรสอย่างละเอียดก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอับของห้องเก็บชา ซึ่งเกิดจากเชื้อราและฝุ่นผงที่คนทั่วไปยากจะแยกออก บัดนี้กลิ่นแปลกปลอมเหล่านั้นล้วนจางหายไปตามกาลเวลาและสายลมระหว่างการเดินทาง กลิ่นหอมจึงใสกระจ่างขึ้น เป็นกลิ่นไม้ที่ทั้งซับซ้อนและบริสุทธิ์ นับว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้นจริงๆ
“สหายบำเพ็ญต้มชาได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน”
เหวินผิงจื่อลิ้มรสอีกสองคำ พลางกุมถ้วยชาไว้ในมือ สัมผัสถึงความอุ่นที่ส่งผ่านผนังถ้วยมาสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายที่เพิ่งผ่านพายุฝนมา ทว่าเขากลับเอ่ยด้วยความกังวลว่า
“นับตั้งแต่เริ่มปีนี้มา สิ่งไร้ชีวิตใต้หล้าต่างกลายเป็นพรายผุดพ้นดินปรากฏสู่โลก ปีศาจร้ายอุบัติขึ้นถี่นัก เพียงแค่ที่ผู้น้อยรู้เห็นและเคยไปขับไล่มาก็มีหลายแห่งแล้ว นี่มิใช่ลางสังหรณ์ที่ดีเลย”
“นั่นสินะ”
ซ่งโหยววางถ้วยชาลงเช่นกัน
เมื่อรู้ว่าเหวินผิงจื่อฝ่าฝนมาหา เขาก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงมาเพื่อสนทนาเรื่องเหล่านี้
“สหายบำเพ็ญคิดว่า…” เหวินผิงจื่อจ้องมองซ่งโหยว
“หากพินิจดูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ใต้หล้าล้วนมีช่วงรุ่งเรืองและตกต่ำสลับกันไปไม่สิ้นสุด ทุกคราที่บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข ปีศาจร้ายย่อมเก็บเนื้อเก็บตัว ทว่าหากกลียุคใกล้จะมาถึง ปีศาจร้ายก็จะพากันผุดขึ้นมาถี่นัก ทุกไม่กี่ร