้าไป ทำให้ข้าไม่มีไม้เท้าใช้เท่านั้น”
“…”
ฮั่วเอ้อร์หนิวชะงักไป อ้าปากจะถามต่อ ทว่ากลับพบว่าตนเองเปล่งเสียงไม่ออกเสียแล้ว
“เมื่อท่านรับทัณฑ์นี้ครบถ้วนแล้ว ข้าก็จะไม่เอาความเรื่องลักไม้เท้าอีก และจะไม่มีผู้อื่นมาเอาความกับท่านด้วย ทว่าความผิดย่อมคือความผิด หากในใจท่านยังรู้สึกไม่สงบ หรืออยากจะลบล้างความผิดบาปในใจ ข้าพอจะมีอุบายแนะนำให้ท่านได้บ้าง”
“…”
ฮั่วเอ้อร์หนิวยังคงอ้าปากพยายามจะพูด แต่กลับกลายเป็นใบ้ไปเสียแล้ว
เมื่อไร้สุ้มเสียง เขาจึงทำได้เพียงพยักหน้าหงึกหงักติดต่อกัน
“เรื่องของหัวใจนั้น ความผิดมักชดเชยได้ด้วยการทำดี” นักพรตหนุ่มเอ่ยคล้ายจะปลอบโยน “คืนนี้ฝนตกหนักโหมกระหน่ำ พัดพาเอาแมกไม้นานาพันธุ์บนเขาพังทลายลงมาขวางกั้นเส้นทางสัญจร ทั้งถนนหนทางยังถูกดินโคลนถล่มทับจนเสียหาย หากท่านมีใจอยากไถ่โทษ ก็จงไปซ่อมแซมถนนหนทางเหล่านั้นเสียเถิด”
“…”
“แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องของท่าน จะทำหรือไม่ หรือจะทำอย่างตั้งใจเพียงใด ล้วนขึ้นอยู่กับใจของท่านเอง”
“…”
“ไม้เท้าข้าคงต้องนำกลับไปแล้ว หนทางข้างหน้ายังเหลืออีกหมื่นแสนลี้ ข้ายังต้องพึ่งพามันอยู่”
“…”
นักพรตหนุ่มหยิบไม้เท้าขึ้นมาพลางส่งยิ้มบางให้เขา
ทันใดนั้นเอง ภายในอารามก็มืดสนิทลง
มืดมิดเสียจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตนเอง
เปรี้ยง!
เสียงกัมปนาทกึกก้องจนแสบแก้วหู
ฮั่วเอ้อร์หนิวพลันตระหนักได้ว่า เสียงสรรพสิ่งภายนอกอารามล้วนกลับมาดังเป็นปกติแล้ว