ื้นแผ่ซ่าน แม้แต่ผ้าห่มบนเตียงก็พลอยชื้นและเย็นเยียบ ยามสัมผัสถูกผิวหนังกลับให้ความรู้สึกสบายอย่างประหลาด แม้จะเย็นสดชื่นเพียงใด ทว่าฝนและสภาพอากาศภายนอกกลับเริ่มมีกลิ่นอายของคิมหันตฤดูแฝงอยู่แล้ว
“เข้าสู่ฤดูร้อนแล้วสินะ…”
ซ่งโหยวพึมพำเสียงเบา
เมื่อได้ยินเสียงเขา เจ้าแมวพลันหันขวับมามองเขาด้วยสายตาสงสัย
ทว่าหางตาของนางกลับไปสะดุดเข้ากับบางอย่างที่ข้างฝา
ที่ตรงนั้นมีไม้เท้าไม้ไผ่สีหยกตั้งพิงอยู่
“เอ๊ะ!”
แมวสามสีไม่อาจละสายตาได้อีก นางถามด้วยความประหลาดใจว่า “ไม้เท้าของเจ้ากลับมาได้อย่างไร”
“ไปเอาคืนมาน่ะ”
“เมื่อไหร่กัน”
“เมื่อคืนนี้”
“ตอนที่แม่นางสามสีกำลังอ่านเขียนอยู่หรือ”
“ไม่ใช่”
“ตอนที่แม่นางสามสีกำลังฝึกวิชาอาคมหรือ”
“ตอนที่แม่นางสามสีกำลังหลับอยู่น่ะ”
“เหตุใดเจ้าถึงไม่เรียกแม่นางสามสี”
“เพราะข้าเองก็ไม่ได้ออกไปไหนเหมือนกัน”
“ฟังไม่รู้เรื่องเลย~”
“บันทึกการเดินทางของแม่นางสามสีปรับแก้เสร็จหรือยังเล่า” ซ่งโหยวยื่นมือไปลูบหลังนาง ยามแรกสัมผัสขนของนางนั้นเย็นเยียบ ทว่าเมื่อกดมือลงไปจึงสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวแมว “เมื่อปรับแก้เสร็จแล้วจะได้นำไปที่จวนตระกูลเลี่ยว ให้พวกเขาช่วยพิมพ์เป็นเล่มให้แม่นางสามสี”
“ใกล้จะเสร็จแล้ว”
“แม่นางสามสีเขียนเสร็จเมื่อไหร่ พวกเราก็ควรจะออกเดินทางกันได้แล้ว”
“เช่นนั้นแม่นางสามสีควรจะรีบทำ หรือค่อยๆ ทำดีเล่า”
“ปล่อยให้เป็นเรื่องของวาสนาเถิด”
“ฟังไม่รู้เ