ให้มันเสียจริง
เรียกว่า ‘เจ้าสองที’ ก็น่าจะดี
นั่นเพราะนับตั้งแต่วันที่เขาได้ไม้เท้าไผ่มา ไม่ว่าปีศาจหรือผีสางตนใดที่เขาพานพบ ล้วนทานทนอยู่ใต้ไม้เท้าของเขาได้เพียงสองทีเท่านั้น
ไม่ว่าอ่อนแอหรือแข็งแกร่ง ทีแรกต้องล้มลงทว่ายังไม่ตาย
และทีที่สองย่อมต้องมอดม้วยอย่างแน่นอน
บัดนี้ผีร้ายดับสูญ ของวิเศษก็อยู่ข้างกาย ฮั่วเอ้อร์หนิวนั่งหลบฝนอยู่เพียงลำพังในอารามร้างกลางป่าเขา ตามหลักแล้วความกล้าของเขาควรจะทวีคูณยิ่งขึ้น ทว่าเขากลับรู้สึกกระวนกระวายใจมากกว่าเดิม
สิ่งที่ทำให้เขากังวลใจย่อมไม่ใช่ป่าร้างหรืออารามเปลี่ยวในยามวิกาล อย่าว่าแต่นามนี้เลย แม้เป็นเมื่อก่อนยามที่ยังไม่มีของวิเศษคุ้มกาย ฮั่วเอ้อร์หนิวก็เคยนอนค้างแรมตามป่าช้าหรือบ้านร้างผีสิงมาแล้วโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาว้าวุ่นใจในยามนี้ กลับเป็นของวิเศษที่เขาขโมยมานั่นเอง
ไม้เท้านี้ยิ่งมีฤทธิ์มากเท่าใด เขาก็ยิ่งไม่เป็นสุขเท่านั้น
เขาบอกว่ามันเป็นเพียงไม้ไผ่ที่ใช้ยันกายเดิน ซึ่งก็คือไม้เท้าธรรมดากิ่งหนึ่ง ไม้เท้ากิ่งหนึ่งยังร้ายกาจถึงเพียงนี้ แล้วเทพเซียนผู้นั้นจะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขนาดไหนกันเล่า
ตัวเขาที่ขโมยมันมาเช่นนี้ จะครอบครองไว้ได้นานสักเพียงใด
ฮั่วเอ้อร์หนิวข่มตานอนไม่หลับติดกันมาหลายคืน ในฝันมักจะเห็นเทพเซียนมาทวงไม้เท้าคืนอยู่เสมอ
ทว่าหากคิดในทางที่แย่ที่สุด ต่อให้เรื่องราวเป็นเหมือนดังในนิทานที่เทพเซียนไม่