าน ทว่าเขากลับไม่อาจลบเลือนความรู้สึกนี้ได้ ตรงข้ามเขากลับยิ่งกลายเป็นคนขลาดเขลามากขึ้นทุกที
“ช่วงหลายวันมานี้ข้ากำจัดปีศาจไปไม่น้อย ก็นับว่าเป็นการขจัดภัยให้ราษฎร ทำความดีความชอบมาบ้างล่ะนะ”
ฮั่วเอ้อร์หนิวได้แต่กำไม้เท้าในมือแน่นขึ้น พลางพึมพำกับตนเองเพื่อเป็นการปลอบประโลมใจ คล้ายกับว่าการทำเช่นนี้จะช่วยให้เขารู้สึกมั่นคงขึ้นมาได้บ้าง
“ช่วงนี้ก็นับว่าข้าได้สร้างชื่อเสียงจนโด่งดังแล้ว ต่อให้ต้องตายในชาตินี้ ก็ถือว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว”
ในที่สุดเขาก็คล้ายจะโน้มน้าวใจตนเองได้สำเร็จ ความกังวลจึงทุเลาลงเล็กน้อย
“เปรี้ยง!”
เสียงอัสนีบาตดังขึ้นอีกครา
หยาดฝนภายนอกโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่แสงสายฟ้าสาดจ้าไปทั่วหล้า หยาดน้ำฝนก็ดูราวมกับม่านไข่มุกที่ทิ้งตัวลงมาอย่างหนาตา อารามร้างท่ามกลางพายุฝนเช่นนี้ ช่างน่าเกรงขรึมนักจนกลัวว่ามันจะพังทลายลงมาในทันที
ดูเหมือนว่าวสันตฤดูจะกำลังเบ่งบานเต็มที่ แม้ในช่วงวันสองวันนี้อากาศจะแปรปรวนจนอุณหภูมิลดต่ำลงบ้าง ทว่าฮั่วเอ้อร์หนิวรู้ดีว่า หลังจากฝนห่าใหญ่ผ่านพ้นไป และท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกไม่กี่วัน ก็คงจะเข้าสู่คิมหันตฤดูแล้ว
ครืน!
โครม…
ภายนอกพลันเกิดเสียงฟ้าร้องอีกระลอก คล้ายกับมันระเบิดดังลั่นอยู่เหนือหลังคาอารามพอดี จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงพังทลายและหักโค่นของบางอย่าง ดูราวกับผืนป่าถูกโคลนและสายฝนทำลายย่อยยับ
ฮั่วเอ้อร์หนิวตกใจจนหน้าถอดสี เขา