บทที่ 469 แม่นางสามสีเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
………………..
ซ่งโหยวเฝ้ารออยู่ที่บ้านทั้งคืน จากที่นอนรออยู่บนเตียงก็เปลี่ยนมานั่งรอที่โต๊ะหินกลางลานบ้าน และจากโต๊ะหินก็ย้ายมานั่งรอที่บันไดหินหน้าประตูบ้าน จนกระทั่งเช้าตรู่วันถัดมา ยามที่แสงตะวันสาดส่องแล้ว แม่นางสามสีถึงได้สะพายย่ามใบเก่าคร่ำคร่าเดินทอดน่องกลับมาจากหัวตรอก ท่าทางเนิบนาบเชื่องช้านั้นดูราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งเลิกเรียน
ยามที่นักพรตหนุ่มมองเห็นนาง นางก็มองเห็นเขาเช่นกัน
เขาลอบเม้มปากเล็กน้อย ส่วนนางกลับแสดงสีหน้าประหลาดใจยิ่งนัก
“นักพรต ทำไมเจ้าถึงมานั่งตรงนี้เล่า”
“ข้างนอกนี้ลมเย็นสบายกว่าน่ะ”
“ในลานบ้านไม่เย็นหรือ”
“ที่นั่นรับลมที่พัดผ่านตรอกไม่ได้น่ะสิ”
“ลมผ่านตรอก!”
เด็กหญิงตัวน้อยหยุดยืนที่หน้าประตู ร่างเล็กจ้อยจ้องมองเขาเขม็ง
นักพรตหนุ่มลุกขึ้นยืนพลางปัดก้นที่เย็นเฉียบมาทั้งคืน เขาเปิดประตูพลางเอ่ยถามนางว่า “เหตุใดแม่นางสามสีถึงกลับมาดึกดื่นเพียงนี้”
“ตอนนี้เช้าแล้วนะ”
“เช่นนั้นเหตุใดถึงกลับมาแต่เช้าเล่า”
“ก็ไปหาเงินน่ะสิ…”
เด็กหญิงตัวน้อยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยพลางเดินสวนเขาไป นางยกขาขึ้นสูงก้าวข้ามธรณีประตูเข้าบ้านด้วยท่าทางที่ดูภูมิฐานไม่เบา
ซ่งโหยวเดินตามหลังนางไปพลางถามต่อ “แม่นางสามสี เมื่อคืนปราบปีศาจราบรื่นดีหรือไม่”
“ราบรื่นดี แม่นางสามสีแทบไม่ได้ลงมือช่วยเลย คนพวกนั้นเก่งกว่าที่แม่นางสามสีคิดไว้เสียอีก” เด็กห