บทที่ 467 แม่นางสามสีออกโรง ตระเวนล่าปีศาจยามราตรี
………………..
“พวกท่านลองตรองดูให้ดีเถิด หากสิ่งอัปมงคลนี้มีอิทธิฤทธิ์สะท้านฟ้าสะท้านดินจริง ป่านนี้มันคงสร้างชื่อจนขจรขจายไปไกล หรือไม่ก็ไปทำการใหญ่ที่อื่นเสียแล้ว หากมันดุร้ายอำมหิตและก่อกรรมทำเข็ญมามากจริง ป่านนี้ไม่ถูกเทพเซียนมาปราบไป ก็คงกินคนจนอิ่มหนำไปนานแล้ว เหตุใดจึงต้องหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในจวนของพวกท่าน คอยหลอกล่อ ข่มขู่ และแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพียงเพื่อให้พวกท่านคอยกราบไหว้ถวายธูปเทียนและของสดแก่คาว ทั้งยังถูกท่านผู้เฒ่าเลี่ยวขู่คำรามเพียงประโยคเดียวจนไม่กล้าโผล่หัวออกมาเล่า” นักพรตหนุ่มเอ่ยถาม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงต้องหวาดกลัวนัก”
“ท่านเซียนหมายความว่า…”
“หากเป็นปีศาจหรือสิ่งอัปมงคลที่ร้ายกาจจริง ย่อมพบเจอได้ยากนัก และพวกมันก็ไม่กล้าเข้ามาในเมืองโดยง่าย หากพวกท่านเจอของจริงเข้า ป่านนี้คงได้สิ้นชีพกันไปแล้ว ส่วนที่พบเห็นได้ทั่วไปในเมือง ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงภูตผีปีศาจตัวเล็กตัวน้อยที่ยังมีวิชาตื้นเขินนัก” ซ่งโหยวเอ่ยด้วยความอดทนและจริงใจ “ผู้คนมักคิดว่าปีศาจร้ายยากจะต่อกร แท้จริงแล้วภูตผีปีศาจเหล่านี้ไม่ได้เก่งกาจถึงเพียงนั้น แมว หมาหรือกระต่ายป่าที่เพิ่งกลายเป็นภูต ล้วนถูกตีตายได้ด้วยไม้เดียว ล้วนมีวิธีกำจัดสิ่งอัปมงคลที่ออกมาทำร้ายผู้คนทั้งนั้น”
เหล่าคนตระกูลฟังแล้วต่างเริ่มครุ่นคิดตาม
เด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ข้างกายก็พยักห