น้าหงึกหงักตามไปด้วย
นางเป็นแมว นางย่อมมีสิทธิ์ที่จะยืนยันในเรื่องนี้
ทว่าหากแมวเก่งกาจขึ้นมาแล้วล่ะก็ จะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
ยกตัวอย่างเช่น แม่นางสามสีเป็นต้น
“ไม่ว่าจะเป็นภูตผีหรือปีศาจ เหตุที่พวกมันกล้าย่ามใจทำตามอำเภอใจในเมืองได้นั้น ตามทัศนะของข้า พวกมันมีของวิเศษอยู่สองสิ่ง”
“สองสิ่งใดหรือ”
“หนึ่งคือความหวาดกลัวของผู้คน ยามที่พบเห็นก็พากันหวาดกลัวจนไม่กล้าต่อกร สองคือความไม่รู้ของผู้คน ที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร มีวิชาความรู้อันใด ทว่าแท้จริงแล้วภูตผีส่วนใหญ่ไม่ได้เก่งไปกว่ามนุษย์ และยิ่งไม่มีทางฉลาดไปกว่ามนุษย์เลย” ซ่งโหยวเว้นจังหวะ “หากมนุษย์ไม่กลัวพวกมัน พลังของพวกมันจะหายไปกึ่งหนึ่ง ปีศาจจำนวนมากเสียอีกที่กลับเป็นฝ่ายกลัวคนใจกล้า ส่วนหากมนุษย์รู้จักใช้สติปัญญา ทำความเข้าใจว่ามันคือสิ่งใด มีจุดอ่อนตรงไหน พลังของพวกมันก็จะสูญสิ้นไปเจ็ดถึงแปดส่วน ถึงจุดนั้นปีศาจพวกนั้นก็พ่ายแพ้ไปแล้ว”
“คำชี้แนะของท่านเซียนช่างล้ำลึกนัก พวกข้าไม่เคยได้ยินจากที่ใดมาก่อนเลย”
ชายแซ่เลี่ยวเบิกตากว้าง รู้สึกประหลาดใจและสั่นสะเทือนขวัญ ทว่าเมื่อนึกถึงตำราโบราณหรือบันทึกเรื่องประหลาดที่เคยอ่านมา เกี่ยวกับเรื่องราวที่มนุษย์เอาชนะปีศาจและผีสางได้ เขาก็เริ่มรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล
“มันก็เป็นเพียงความจริงเท่านั้น” ซ่งโหยวหัวเราะ “เปรียบดึกคางคกทองคำนั่น ไม่ว่าพวกท่านจะนำมันไปฝังไว้ใต้รากไม้ในหีบ