ดังเดิม นำไปหลอมในเตาไฟ หรือรีบนำไปถวายที่วัดวาอาราม ก็ล้วนแต่กำจัดมันได้ทั้งสิ้น เพียงแต่พวกท่านปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปเท่านั้นเอง”
“ถ้าเช่นนั้น…”
คนในตระกูลเลี่ยวมองหน้ากันไปมา จากนั้นบุรุษวัยกลางคนที่เอ่ยปากคนแรกก็ประสานมือถามว่า
“ท่านเซียนมีอุบายอันใดโปรดชี้แนะด้วย”
“ข้าขอแนะนำพวกท่านเพียงอย่างเดียว คือให้คิดเสียว่ามันเป็น ‘คน’ ผู้หนึ่ง”
“คิดว่าเป็นคนหรือ”
“ถูกต้อง”
ซ่งโหยวยืนอยู่หน้าประตูจวน เขารู้ดีว่าเพื่อนบ้านซ้ายขวาต่างพากันแอบฟังเรื่องแปลกประหลาดนี้อยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้เดินเข้าไปในบ้าน และไม่ได้จงใจลดเสียงลง หากแต่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงปกติว่า
“พวกท่านพึงรู้ไว้เถิดว่า ขึ้นชื่อว่าสิ่งอัปมงคล น้อยนักที่จะฉลาดกว่ามนุษย์ พวกมันมีจุดแข็ง ก็ย่อมมีจุดอ่อน มีสิ่งที่ปรารถนา ย่อมมีสิ่งที่ยำเกรง พวกท่านเพียงคิดเสียว่ามันเป็นคนผู้หนึ่ง ลองคิดดูว่ามันมีวิชาอะไร ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แล้วเตรียมการให้พร้อมสรรพเพื่อจับตัวมันมาให้ได้ก็พอ”
“ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน…”
“ถูกต้อง” ซ่งโหยวพยักหน้า “ปีศาจตนนั้นหากมิใช่คางคกทองคำบรรลุธรรม ก็คงสิงสถิตอยู่ในรูปสลักคางคกทองคำ มันไม่มีทางหายตัวไปในอากาศได้เฉยๆ หรอก ไม่ซ่อนอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของจวน ก็ต้องใช้มนตราบังตาเพื่อซ่อนกาย ในเมื่อมันยังให้พวกท่านเซ่นไหว้ ลิ้มรสธูปเทียนและของคาว ย่อมต้องมีช่วงเวลาที่มันปรากฏกายออกมาเสพสุขแน่นอน”
ทุกคนฟังแล้วต่างเห