็นพ้องว่ามีเหตุผล
ทว่าในใจก็ยังคงสั่นไหวด้วยความกังวล
“ข้าขอแนะนำว่าหลังจากพวกท่านกลับไปแล้ว ให้ลองหาดูในจวนก่อน หากหาไม่พบ ค่อยไปแอบซุ่มรอแถวโต๊ะเครื่องเซ่น หากกลัวว่ามันจะล่องหน ก็ให้โรยขี้เถ้าละเอียดไว้บนพื้นเสีย หากกลัวว่าจะจับตัวมันไม่ได้ ก็จงเสียเงินจ้างจอมยุทธ์ หรือจะเรียกญาติที่ทำงานในที่ว่าการมาด้วยก็ได้ จำไว้ว่าตลอดกระบวนการนี้ ทุกคนห้ามขี้ขลาดแม้เพียงนิด ห้ามลังเลแม้เพียงน้อย ต้องมีจิตใจที่ผ่องใสแจ่มแจ้ง มีเพียงเจตจำนงเดียวคือจับมันออกมาบดขยี้ให้เป็นจลหากทำเช่นนี้ได้ วิชาคุณไสยมนต์ดำทั้งหลายก็จะไร้ผลต่อพวกท่าน”
“คำพูดของท่านเซียน พวกข้าจะจำให้มั่นขอรับ ทว่าหากปีศาจตนนั้นเก่งกาจมาก จนพวกข้าเอาไม่อยู่ จะทำเช่นไรดี”
“ในเมื่อพวกท่านอุตส่าห์มาหาข้าถึงที่นี่ ย่อมไม่อาจปล่อยให้พวกท่านไปเสี่ยงภัยได้โดยง่าย” ซ่งโหยวเว้นจังหวะ “เดิมทีข้ามีไม้เท้าไผ่ที่ใช้สอยถนัดมืออยู่ ก่อนหน้านี้เคยให้ตระกูลหลี่ยืมไปปราบปีศาจ ทว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนมีเจ้าทึ่มคนหนึ่งขอยืมไปแล้วยังไม่นำมาคืน แต่พวกท่านก็นับว่ายังมีวาสนา ศิษย์น้อยของข้ามีวิชาแกร่งกล้า อิทธิฤทธิ์กว้างขวาง เชี่ยวชาญการปราบปีศาจยิ่งนัก หากนางติดตามไปด้วย ย่อมไม่มีสิ่งใดผิดพลาดแน่นอน”
คนกลุ่มนั้นรีบหันขวับไปมองข้างกายซ่งโหยวทันที
เห็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อย มือหนึ่งถือถังน้ำ อีกมือถือคันเบ็ด หน้าตาหมดจดเกลี้ยงเกลาดูสะอาดสะอ้านยิ่งนัก ทว่านา