งกลับทำหน้าตาสุดแสนจะเคร่งขรึม ยืนตัวตรงแน่ว จ้องมองมาที่พวกเขาตาไม่กะพริบ
“นี่…”
“พวกท่านอย่าได้ดูเบาแม่นางสามสีเชียว ยามที่แม่นางสามสีอยู่ในนครฉางจิง นางมีชื่อเสียงโด่งดังด้านการจับผีปราบปีศาจ ขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนักมากมายต่างพากันเชิญนางไปที่จวนมาแล้วทั้งนั้น”
“หามิได้ขอรับ! มิได้มีเจตนาเช่นนั้นเลย!”
คนตระกูลเลี่ยวรีบโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน ก่อนจะประสานมือคารวะแม่นางสามสี “เช่นนั้นก็รบกวน… รบกวนท่าน…”
“ข้าชื่อแม่นางสามสี!”
“เช่นนั้นก็รบกวนแม่นางสามสีด้วยขอรับ”
“!”
เด็กหญิงตัวน้อยทำหน้าขรึม ไม่พูดจาพล่ามทำเพลง นางหิ้วถังน้ำก้าวเดินไปข้างหน้า ควักกุญแจออกมาไขประตูแล้วเดินเข้าไปข้างใน
“โปรดรอสักครู่”
ซ่งโหยวกล่าวกับคนข้างหลังประโยคหนึ่งก่อนจะเดินตามเข้าไป
แม่นางสามสีเดินตรงไปยังห้องครัว นำปลาสองตัวใส่ลงในกะละมัง ตักน้ำมาล้างถังไม้จนสะอาดเรียบร้อย เก็บเบ็ดตกปลาเข้าที่เข้าทาง แล้วจึงควักเงินที่ได้จากการขายปลาออกมาจากอกเสื้อ
“เจ้าเก็บเงินนี่ไว้ให้ดีนะ แม่นางสามสีจะไปหาเงินก้อนใหญ่แล้ว”
“แม่นางสามสีจำไว้ให้มั่น เน้นคุ้มครองคนเป็นหลัก ปราบปีศาจเป็นรอง หากพวกเขาจับมันได้เอง ก็ปล่อยให้เขาจับไป หากเขลาไปบ้าง ก็จงสั่งสอนและช่วยเหลือเขา แต่หากพวกเขาจนปัญญาจะจับได้จริงๆ ค่อยถึงคราวที่แม่นางสามสีต้องออกโรง”
“เหตุใดเล่า”
“เมืองหยางตูนั้นมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง แต่อีกไม่นานพวกเราก็ต้องจากไป ควรจะส