ารไปสู่ความเก่งกาจนั้นล้วนบรรจุอยู่ในสมองของตนในยามนี้ สามารถเรียกออกมาดูซ้ำเมื่อใดก็ได้
แมวสามสีที่เคยไม่รู้ความ ต้องคอยเชื่อฟังและเลียนแบบนักพรตไปเสียทุกอย่าง กลับมีวันที่นักพรตเป็นฝ่ายยอมเชื่อฟังมันบ้างในบางครา แมวตัวหนึ่งถึงกับสามารถตัดสินใจแทนมนุษย์ได้เสียแล้ว
ทว่าสิ่งที่วิเศษที่สุดคือการที่นางได้รับคำยืนยันจากปากของนักพรตด้วยตนเอง
ย่อมแตกต่างจากการที่ผู้อื่นเป็นคนกล่าวอย่างแน่นอน
“สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากตัวแม่นางสามสีเองทั้งสิ้น เดิมทีแม่นางก็เฉลียวฉลาดปัญญาเป็นเลิศอยู่แล้ว มิหนำซ้ำยังขยันเรียนรู้และชอบครุ่นคิด ย่อมเติบโตเร็วเป็นธรรมดา” เสียงเนิบนาบของนักพรตแว่วเข้าหูนางอีกครั้ง “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นาน เรื่องน้อยใหญ่ทั้งหลายก็คงให้แม่นางสามสีเป็นผู้ตัดสินใจได้ทั้งหมดแล้ว”
“!”
เด็กหญิงถึงกับลมหายใจสะดุด
มือข้างที่ปล่อยลงข้างตัวลอบกำหมัดแน่นอย่างเงียบๆ
ดูท่าต้องพยายามให้มากขึ้นไปอีก
“จริงสิ!”
เด็กหญิงตัวน้อยหันขวับกลับมาจ้องมองเขา “แล้วยามท่านหาเงิน เหตุใดจึงไม่เรียกแม่นางสามสีด้วยเล่า ยามนี้แม่นางสามสีเก่งกาจมากแล้วนะ”
“เพราะตอนนั้นแม่นางสามสียังขายปลาอยู่ข้างนอกยังไม่กลับมา อีกทั้งข้าก็ไม่ได้ออกไปปราบปีศาจที่ไหน เพียงแค่ให้ยืมไม้เท้าไผ่และช่วยออกอุบายให้พวกเขาเท่านั้นเอง” ซ่งโยวบุ้ยปากไปทางชามและตะเกียบที่วางอยู่บนม้านั่งหิน “ข้าก็ทำอาหารรออยู่ที่บ้านตลอดมิใช่หรือ”
“แล้ว