วนหนึ่งก็มาจากนักพรต นางจึงทึกทักเอาเองว่านักพรตก็เป็นคนระลึกถึงความหลังเช่นกัน และคงคิดเหมือนกับนาง
ไม้เท้าที่ใช้มาตั้งหลายปีถูกขโมยไป คงต้องปวดใจมากแน่ๆ
“ข้าไปล้างจานแล้วนะ”
“รบกวนแม่นางสามสีด้วย”
“เจ้าเก็บเงินไว้ให้ดีๆ ล่ะ!”
“แน่นอน”
เด็กหญิงตัวน้อยจึงโอบกองชามเดินมุ่งหน้าไปทางห้องครัว
นักพรตถอนสายตากลับมาพลางเก็บรวบเงินทองเข้าที่
“ฮั่วเอ้อร์หนิว…”
ซ่งโยวพึมพำชื่อนี้เบาๆ
เรื่องราวเช่นนี้เขาก็เพิ่งเคยประสบเป็นครั้งแรก และเพราะไม่เคยพบเจอมาก่อน จึงอดรู้สึกว่ามันน่าสนใจเป็นพิเศษไม่ได้
ในยุคสมัยนี้ ในแวดวงของผู้คนมักมีตำนานแปลกประหลาดมากมาย ซึ่งในทางหนึ่ง มันก็สะท้อนถึงการรับรู้ของมนุษย์ที่มีต่อโลกใบนี้ ต่อเทพเซียน อาคมและเรื่องราวพิสดารทั้งหลายนั่นเอง
หากจะกล่าวถึงเรื่องราวที่ใกล้ตัวซ่งโหยวเข้ามาหน่อย ก็คงเป็นตำนานของตระกูลเจิ้งแห่งอำเภอเจิ้งซีกับดาบสะบั้นวารี บรรพชนตระกูลเจิ้งยึดดาบสะบั้นวารีมาไว้กับตน เพียงแค่ถือดาบหนีไปให้ไกลจากแม่น้ำอิ่นเจียง เทพวารีผู้เกรียงไกรกลับหาตัวเขาไม่พบ และไม่อาจทำอะไรเขาได้เลย
เรื่องเล่านี้ยังพอนับว่ามีเหตุมีผลอยู่บ้าง
ทว่ายังมีเรื่องที่เหลวไหลยิ่งกว่า
มีตำนานในท้องถิ่นหนึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยมี ‘ผู้เฒ่าสวรรค์’ หรือองค์จักรพรรดิผู้เป็นเจ้าแห่งวิมานสวรรค์ เดิมทีท่านเป็นเพียงมนุษย์เดินดิน แต่เพราะท่านมีคุณธรรมอันโดดเด่นและมีความกล้าหาญยิ่งนัก องค์จักร