่นสมุนไพรตามบ้าน บอกว่าหากแปะไว้ที่ศีรษะจะรักษาอาการปวดท้องได้ ทีแรกพวกเราไม่เชื่อ แต่พอแปะลงไปแล้ว กลับได้ผลเสียอย่างนั้น!”
เมื่อซ่งโหยวฟังมาถึงตรงนี้ก็พอจะเข้าใจเรื่องราวแจ่มแจ้งแล้ว เขาเงยหน้ามองแผ่นสมุนไพรบนศีรษะของคนเหล่านั้น
“แปะแล้วก็มิอาจแกะออกได้ มิหนำซ้ำร่างกายยังนับวันจะซูบผอมอ่อนแรงลงไปทุกที”
“ถูกต้องแล้ว!”
ทุกคนเมื่อได้ยินว่าเขาคาดเดาผลลัพธ์ได้ถูกต้องในทันที ต่างก็พากันดีใจจนเนื้อเต้น
“นับแต่นั้นแม้พวกเราจะไม่มีอาการปวดท้องอีก แต่ร่างกายกลับผอมแห้งแรงน้อยลงเรื่อยๆ ไปหาหมอ หมอก็ได้แต่บอกว่าปราณหยางของพวกเราอ่อนแรง ใกล้จะหมดอายุขัยเต็มที ไปหาผู้หมอผี เขาก็ว่าพวกเรามีปราณหยินหนาแน่น กลิ่นอายปีศาจพุ่งพล่าน แต่ขอทานผู้นั้นกลับบอกว่าแผ่นสมุนไพรต้องแปะให้ครบสี่สิบเก้าวัน” ชายแซ่หลี่กล่าวต่อ “อาคนรองของข้าบันดาลโทสะหมายจะกระชากแผ่นสมุนไพรออก ทว่าพอแกะออกมาแล้ว กลับพบว่ามีเส้นสายหนึ่งเหนียวแน่นเหมือนเส้นผมมนุษย์ ดึงรั้งออกมาจากเนื้อตรงหางตา ยิ่งดึงดวงตาก็ยิ่งมืดมิด พอออกแรงกระชากจนขาดสะบั้น ดวงตาก็พลันบอดสนิททันที ท่านหมอในเมืองบอกว่า นั่นเขากระชากเส้นเอ็นลูกตาหลุดออกมาด้วย”
“ช่างอำมหิตนัก…”
ซ่งโหยวฟังจบก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
มันใช้แผ่นสมุนไพรเพื่อสูบกินพลังชีวิตและใช้ดวงตาเป็นตัวประกัน หากฝืนกระชากออกก็ต้องตาบอด หากไม่กระชากออกก็ต้องกลายเป็นเตาหลอมพลังชีวิตให้มัน
ทว่าซ่งโหยวกลับมีคว