กับกระดิ่งของเจ้าม้าออก
สิ้นเสียงกระดิ่ง สิ่งแรกที่โผล่พ้นหัวโค้งถนนคดเคี้ยวออกมาคือหัวลาตัวหนึ่ง หัวของมันผงกขึ้นลงตามจังหวะก้าวเดิน แล้วจึงค่อยๆ ปรากฏร่างของนักพรตชราในชุดคลุมตัวโคร่งที่นั่งอยู่บนหลังของมัน
นักพรตชราผู้นั้นมีผมและหนวดเคราขาวโพลน ในมือถือแส้ปัด ร่างกายเหยียดตรงดูองอาจทว่าสงบนิ่งปลีกวิเวก ชุดคลุมที่สวมใส่ทั้งกว้างและสะอาดสะอ้าน บดบังขาทั้งสองข้างและหลังลาจนมิด ลาที่ขี่มานั้นดูผอมโซ ตัวนักพรตเองก็ไม่ได้กำยำล่ำสันนัก ดูแล้วช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกที่ทั้งสง่างามดุจหลุดพ้นโลกีย์ ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนนอกแข็งใน
เมื่อแม่นางสามสีเห็นเขาก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจหวนนึกถึงท่านชุยที่เคยพบบนยอดเขาอวิ๋นติ่งเมื่อปีนั้น
ท่านชุยสวมเสื้อผ้าตัวโคร่ง นักพรตผู้นั้นก็เช่นกัน
ท่านชุยขี่ลา นักพรตผู้นั้นก็เช่นกัน
เพียงแต่ท่านชุยสวมหมวก ส่วนนักพรตผู้นั้นกลับไม่ได้สวม
ท่านชุยดูอ่อนแอกว่า ส่วนนักพรตผู้นั้นดูเป็นธรรมชาติกว่า
ท่านชุยสวมชุดสีแดง ส่วนนักพรตผู้นั้นสวมชุดคลุม
รายละเอียดอื่นๆ นางคงจำไม่ได้แล้ว ยามนั้นแม่นางสามสียังเด็กนัก ทั้งยังไม่เฉลียวฉลาดเท่าตอนนี้ เรื่องราวมากมายที่จดจำได้จึงพร่าเลือนราวกับอยู่ในม่านหมอก
ทว่าเมื่อพิจารณาดู แม้นางจะได้พบชุยหนานซีแห่งเขาอวิ๋นติ่งมาก่อน แต่ก็หาได้มีความคิดฝังหัวว่านักพรตชราผู้นี้เลียนแบบชุยหนานซี ในทางกลับกัน สัญชาตญาณบอกนางว