แทน
เหวินผิงจื่อละสายตากลับมามองเด็กหญิงตัวน้อยอีกครั้ง
ดูท่าท่านเซียนผู้นั้นคงมิได้ปล่อยปละละเลยศิษย์น้อยเสียทีเดียว
ในใจเขาพลันบังเกิดความเลื่อมใส
มิยึดติดธรรมเนียมเล็กน้อย ทว่าแจ้งชัดในคุณธรรม
“ดูท่าแม่นางสามสีจะได้ฟืนไปไม่น้อยเลย”
“ฟืนพวกนี้จุดไฟติดง่ายมากเลยนะ!”
“เมื่อเช้านี้ข้าได้รับจดหมายจากสหายบำเพ็ญซ่ง บอกว่าเมื่อคืนนี้เทพจี๋เล่อมาเยือนถึงที่ สหายบำเพ็ญได้ทำเครื่องหมายไว้แล้ว จึงเชิญข้าเข้าเมืองไปเชิญเทพกำราบปีศาจ ซึ่งข้าก็ได้ติดต่อโจวเหล่ยกงไว้แล้ว” เหวินผิงจื่อกล่าวต่อ “แม่นางสามสีจะตัดฟืนต่อ หรือจะกลับเข้าเมืองแล้ว”
“ข้าจะกลับไปก่อไฟแล้ว”
“เช่นนั้นก็ร่วมทางกันเถิด”
“อืม…”
เด็กหญิงตัวน้อยก้าวเดินลงมา จากภูเขาเตี้ยๆ สู่เส้นทางสายเล็ก นางเหลียวมองนักพรตผู้นี้ โดยเฉพาะชุดนักพรตที่ดูใหม่เอี่ยมและสะอาดสะอ้านของเขา นางสะบัดศีรษะเบาๆ ครั้งหนึ่งก่อนจะเดินนำหน้าไป
เจ้าม้าแดงก็เดินตามไปอย่างเงียบเชียบ
เหวินผิงจื่อขี่ลาตามหลัง มองดูมัดฟืนบนหลังม้าที่โอนเอนไปมา และมองดูเด็กหญิงที่เดินด้วยท่าทางสบายอุรา จิตใจที่เคยเคร่งเครียดของเขาก็พลันสงบลง
เด็กหญิงดึงกิ่งไม้ขึ้นมาตีพงหญ้าเล่นพลางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เขาฟัง นางเล่าให้เห็นภาพ เลือกใช้คำบรรยายชัดเจน น้ำเสียงก็ใสเจื้อยแจ้ว เสียดายที่นางพูดติดสำเนียงท้องถิ่นไปบ้าง บางครั้งเหวินผิงจื่อจึงฟังไม่ออกว่านางกำลังพูดสิ่งใด ได้แต