่คาดเดาเอาเอง
ทว่าในหัวของเขาก็พลันปรากฏภาพเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมา
ลาเชื่องช้ายังเดินอยู่บนถนน แต่นกป่าได้บินเข้าเมืองไปแล้ว
พวกมันกำลังเสาะหาตราประทับของซ่งโหยวไปทั่วทั้งเมือง…
หมอกยามเช้ายังไม่ทันกระจายตัว ทว่าแสงตะวันกลับเริ่มสาดส่องลงมาแล้ว
แสงแดดรำไรลอดผ่านม่านหมอก กระทบลงบนถนนในเมืองหยางตู เมืองอันรุ่งเรืองแห่งเจียงหนานที่ห่างหายจากแสงแดดในฤดูหนาวมาเนิ่นนาน กำแพงสีขาวสะอาดตาอาบไล้ด้วยแสงตะวันและโอบล้อมด้วยหมอกบาง กระเบื้องหลังคาสีดำขลับทอดยาวดูสะอาดสะอ้านอย่างน่าประหลาด ยามลมพัดหมอกเคลื่อนคล้อย ดูงดงามดั่งภาพวาดดั่งบทกวี
แม้แต่ต้นเหมยและต้นหลิวริมสองฝั่งแม่น้ำหยางเจียง ครั้นต้องแสงตะวันก็คล้ายกับจะแตกยอดอ่อนต้อนรับวสันตฤดู ทว่าหากพิจารณาดูให้ดี กลับหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
“อากาศดีจริงๆ!”
“ไม่ได้เห็นแสงแดดมาตั้งนาน”
“วันนี้อากาศดีแท้!”
“เกรงว่าเมื่อวานคงปัดเป่าสิ่งอัปมงคลไปจนหมดสิ้นแล้ว…”
ผู้คนมากมายที่มักหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน หรือแม้แต่บัณฑิตที่ปิดประตูอ่านตำราเคร่งเครียด ในยามนี้ต่างก็ก้าวออกมานอกเรือน ครั้นได้พบบรรยากาศที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้ ต่างก็เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
สะพานหินทอดตัวข้ามแม่น้ำ อาบไล้ด้วยแสงสุริยา
ใต้สะพานมีกระแสน้ำไหลเอื่อย เรือลายวิจิตรล่องมาอย่างช้าๆ ตามหัวเรือมีโฉมงามกอดพิณผีผา บ้างมีคุณชายเจ้าสำราญสนทนาพาทีอย่างเบิกบาน ริมสองฝั่งน้ำมีหญิงชาวบ้านกำลังซั