ก็พลันเกิดความกล้า จึงสะบัดอุ้งเท้าออกไปทีหนึ่ง
ทันใดนั้น หยดชาดสีแดงก็สาดกระจายลงบนกระดาษ กลายเป็นกลีบดอกเหมย
หนึ่งคนหนึ่งแมวต่างจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำอย่างที่สุด
นอกจากความตั้งใจแล้ว ในใจของเจ้าแมวยังมีความประหม่าอยู่บ้าง สายตาของนางจดจ้องอยู่ที่แผ่นกระดาษ สลับกับลอบมองสีหน้าของนักพรตเป็นระยะ เมื่อเห็นว่าเขาดูพอใจ นางจึงลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เพียงแต่ใบหน้ายังคงเคร่งขรึมจริงจังเหมือนเช่นเคย
เมื่อสมาธิทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่นี่ แม้แต่ตัวนางที่ปกติจะหูไวตาไวเป็นเลิศ ก็ไม่ได้สังเกตเห็นเงาร่างที่วูบไหวรางๆ อยู่ภายนอกหน้าต่าง
ทันใดนั้นนางก็เหลือบไปเห็นนักพรตยื่นนิ้วไปแตะชาดแดงเช่นกัน
ทว่าเขากลับสะบัดมือออกไปทางหน้าต่างอย่างไม่ใส่ใจ
“ฟึ่บ…”
หยดชาดสีแดงจากปลายนิ้วพุ่งออกไปทันที
ประตูหน้าต่างปิดสนิทแน่นหนา ทั้งยังมีกระดาษปิดหน้าต่างแผ่นหนาบุไว้อีกชั้น ทว่ามิรู้ด้วยเหตุใด หยดชาดนั้นกลับทะลุผ่านกระดาษหน้าต่างออกไปด้านนอกได้โดยที่กระดาษไม่ฉีกขาดแม้แต่น้อย
“อ๊าก!”
เสียงหวีดร้องแหลมสูงดังขึ้นจากภายนอก
ตามมาด้วยเสียงลมพัดกระโชกแรง
“เมี๊ยว”
เจ้าแมวตอบสนองในเสี้ยววินาที นางสะบัดตัวในทันที จ้องเขม็งไปที่นอกหน้าต่าง ก่อนจะกระโดดลงจากโต๊ะแล้วพุ่งพรวดออกไปโดยไม่ลังเล
กระแสลมระลอกหนึ่งพัดประตูให้เปิดออก ภายนอกคือราตรีอันมืดมิด
ลมอีกระลอกหนึ่งพัดประตูให้ปิดลง
แสงตะเกียงสั่นไหวจนเห็นเงาวูบวาบ
ทว่