้ำแกงรสเข้มข้นลงบนข้าว เมล็ดข้าวถูกย้อมด้วยสีของน้ำแกง เมื่อกินคู่กัน ความนุ่มของข้าวกับความหวานของมันนางแอ่น ผสานกับรสชาติกลมกล่อมของน้ำแกงซี่โครงหมู กลิ่นหอมฟุ้งและรสชาติอันแสนคุ้นเคยนั้น ก็ทำให้เขารู้สึกสุขใจจนแทบไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกในชีวิตนี้
“ตอนข้าไปถึงเขาฉยงซานในเขตเล่อจวิ้น ข้าได้ยินมาว่าแม้เทพเสี่ยงเล่อจะเคยอาละวาด ทว่าไม่เคยเข่นฆ่าเอาชีวิตผู้ใด โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไม่รู้ด้วยเหตุใดกลับเริ่มสำรวมขึ้น แต่ข้าก็เห็นว่าเขายังคงรั้งอยู่ที่เขาฉยงซาน ไม่ยอมจากไปแม้จะถูกถอดถอนอำนาจแล้ว จึงได้เริ่มประลองฝีมือกัน” เหวินผิงจื่อหยุดมือลง ก่อนจะกล่าวเสริม “เทพเสี่ยงเล่อนั้นมีฝีมืออยู่ไม่น้อย เก่งกาจกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก”
“เทพเหล่านี้ล้วนไม่ธรรมดาเลย” ซ่งโหยวเอ่ยรับ
“นั่นสิ…”
เหวินผิงจื่อพยักหน้าเห็นพ้องก่อนจะเอ่ยต่อ “คงเป็นเพราะหลังจากเทพเสี่ยงเล่อถูกผนึกไว้ที่เขาฉยงซาน ทางอารามชิงอวิ๋นได้ส่งนักพรตท่านหนึ่งไปเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าให้เขาอยู่ปีหนึ่ง แม้นักพรตท่านนั้นจะไร้ตบะบำเพ็ญ ทว่ามีความแตกฉานในหลักธรรมคัมภีร์ลึกซึ้งนัก ตลอดช่วงเวลานั้นเขาปฏิบัติธรรมในศาลเจ้าทุกเช้าเย็นไม่เคยขาดตกบกพร่อง เทพผู้นั้นอาศัยอยู่บนขุนเขาคงจะรู้สึกโดดเดี่ยว จึงมักแอบมาสดับฟังเขาร่ายมนต์ท่องคัมภีร์อยู่หลายครั้ง เมื่อได้ฟังบ่อยเข้า…ก็น่าสนใจนักที่ตัวผู้บำเพ็ญหาได้มีอิทธิฤทธิ์เพิ่มพูนขึ้น ทว่าองค์เทพที่คอย