ยงแต่บัดนี้ฐานะทางบ้านตกต่ำ ผู้น้อยจึงถูกเถ้าแก่เจี่ยเชิญไปคุ้มกันเรือ ต้องร่อนเร่ไปตามท้องทะเลอยู่เนื่องนาน ที่บ้านไม่มีใครอยู่แล้ว ทว่าเมื่อใดว่าง ก็ต้องกลับมาดูแลทำความสะอาดจวนเก่าของบรรพบุรุษเสียหน่อย มิเช่นนั้นบ้านคงผุพังไปตามกาลเวลา”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง”
“คุณชายออกมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจหรือ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” ซ่งโหยวชะงักไปครู่หนึ่ง “ได้ยินมาว่าที่หยางตูมีเทพนามจี๋เล่อ จึงอยากมาเยี่ยมเยียนดูสักครา”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้…”
เยี่ยซินหรงประสานมือรับคำ ทว่าในใจกลับรู้สึกไม่ชอบมาพากล
เทพจี๋เล่อมีตำแหน่งสูงส่งในนครหยางตู เดิมทีเขาก็มีความยำเกรงต่อเทพองค์นี้อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น นึกถึงมังกรยักษ์ร่างยาวเหยียดหลายร้อยจั้งและคลื่นยักษ์ที่ถูกฟาดฟันจนแยกออกจากกัน บัดนี้ได้เห็นนักพรตผู้นี้มายืนอยู่ตรงหน้าและเอ่ยถึงเทพจี๋เล่อ เขากลับมีความรู้สึกว่าเทพนอกรีตผู้นั้น ดูจะธรรมดาไปเสียอย่างนั้น
“แล้วแม่นางสามสีเล่า”
“ช่วงนี้แม่นางสามสีมีธุระ นางจึงพักอยู่ที่โรงเตี๊ยม”
“คุณชายพักอยู่ที่โรงจอดรถม้าหรือ”
“ข้าออกพเนจรไปทั่วหล้า มีม้าคู่ใจตัวหนึ่ง เพียงแต่วันนั้นไม่ได้ร่วมทางออกทะเลไปด้วยกัน” ซ่งโหยวยิ้มน้อยๆ “พักที่โรงจอดรถม้าสะดวกกว่า อีกทั้งราคายังย่อมเยากว่าด้วย”
“เป็นเช่นนั้นเอง”
เยี่ยซินหรงครุ่นคิด ภายในใจรู้สึกลังเลอยู่หลายครา สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยออกมา “ไ