ม่ปิดบังท่าน นับแต่จากกันครานั้น พวกผู้ดูแลบนเรือต่างเพิ่งมารู้ตัวภายหลังว่ายังไม่ได้ถามไถ่ถึงอารามที่พำนักของท่าน ทั้งยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณที่ท่านช่วยชีวิตไว้อย่างเหมาะสม จึงรู้สึกเสียดายนัก เมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังเดินทางไปที่ล่างโจวเพื่อสืบข่าวว่าคุณชายบำเพ็ญตบะอยู่ที่ใด ด้วยใจปรารถนาจะตอบแทนบุญคุณท่านอีกสักครา”
พูดถึงตรงนี้เขาก็ชะงักไป ลอบชำเลืองมองซ่งโหยว “ยามนี้ผู้ดูแลส่วนใหญ่อยู่ที่หัวเมืองริมทะเล ส่วนเถ้าแก่เจี่ยนั้นกลับมาพักผ่อนที่หยางตูเช่นกัน ไม่ทราบว่า…”
“ข้าเป็นเพียงนักพรตพเนจรผู้หนึ่ง เรื่องในวันนั้นข้าเพียงแค่ยื่นมือเข้าช่วยตามสมควร ข้าไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวกับความวุ่นวายสักเท่าไร” ซ่งโหยวประสานมือตอบ “ขอท่านโปรดอย่าได้เอ่ยถึงข้าต่อหน้าผู้อื่นเลย”
“ขอรับ!”
เยี่ยซินหรงก้มศีรษะรับคำ สีหน้าท่าทางเหมือนกำลังใช้ความคิด
“ทว่าได้พบกันย่อมถือเป็นวาสนา” ซ่งโหยวเอ่ย “ข้าเองก็อยากจะถามไถ่เรื่องของเทพจี๋เล่อจากท่านสักหน่อย ไม่ทราบว่าพอจะสละเวลามาร่วมดื่มน้ำชากับข้าสักกาได้หรือไม่”
“ควรเป็นผู้น้อยที่ต้องเลี้ยงน้ำชาคุณชายต่างหาก!”
“เช่นนั้นก็เดินไปคุยไปเถิด…”
“ขอรับ”
ครั้นแล้วทั้งสองจึงหาโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง สั่งน้ำชามาหนึ่งกา ซ่งโหยวไม่ได้จิบชาเลย เพราะเอาแต่นั่งฟังเขาเล่าเรื่องเทพจี๋เล่อ
“ไม่ปิดบังคุณชาย เดิมทีผู้น้อยเองก็เคยประสบเหตุอัปมงคลมาก่อน…”
“ถูกบังคับให้โปรยทานเช่นกันหรือ”