้เจ้ากินเอง”
“อืม”
“เหมียว”
“ก็ได้”
ทั้งสองเดินกลับมายังโรงจอดรถม้า
ซ่า…
ซ่งโหยวนั่งล้างหน้าล้างตาเงียบๆ จากนั้นก็บิดผ้าเช็ดหน้าให้น้ำหยดลงในอ่างไม้ เสียงน้ำกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องอันเงียบสงัด ให้ความรู้สึกสงบใจอย่างยิ่ง
ฝ่ายเด็กหญิงหมอบอยู่บนโต๊ะ ด้านหน้ามีโคมไฟที่สว่างได้เองโดยไม่ต้องเติมน้ำมัน ทางซ้ายวางโคมไฟธรรมดา ทางขวาวางโคมรูปม้าของนาง แสงสว่างอาบไล้ทั่วโต๊ะ ช่วยบดบังสิ่งที่นางเขียนลงในบันทึกการเดินทางได้ในระดับหนึ่ง ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและมีสมาธิกับการสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น
ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย
นักพรตหนุ่มหาได้เหลือบมองกระดาษของนางเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จแล้วก็เอนกายลงนอนบนเตียง
แม่นางสามสียังคงจุดไฟเขียนหนังสือต่อไป ไม่ว่าจะเป็นแสงนวลจากโคมไฟบนโต๊ะ หรือเสียงพึมพำแผ่วเบาของนางเป็นระยะ รวมถึงเสียงพลิกกระดาษและตำรา ล้วนเป็นเสียงที่ขับกล่อมให้จิตใจสงบนิ่ง
ในความสงบนี้ ซ่งโหยวหาได้รีบร้อนจะไปตามหาเทพจี๋เล่อในทันที เขาเพียงอยากจะพักผ่อนให้เต็มที่สักสองสามวัน
เมื่อหลับตาลง เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราไร้แดนฝันไปตลอดทั้งคืน
กลับเป็นเจ้าแมวสามสีที่เขียนบันทึกเสร็จกลางดึก จึงออกไปหาของว่างกินสักหน่อย ล้างเท้าให้สะอาดปีนขึ้นเตียงแล้วเข้าสู่แดนฝันแทนนักพรต
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการเขียนบันทึกทำให้คิดถึงเรื่องริมทะเล หรือเพราะอาหารมื้อค่ำเป็นที่ประท